
นายกฯรับมอบรางวัลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ รับมอบรางวัลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศย้ำไทยเดินหน้านโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย
พล.อ.ประยุทธ์ รับมอบรางวัลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศย้ำไทยเดินหน้านโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในโอกาสฉลองครบรอบ150 ปี สหภาพโทรคมนาคม ระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union :ITU) และร่วมรับรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้ขอบคุณสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู ที่ได้มอบรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award ให้แก่ประเทศไทย โดยเมื่อปี ค.ศ. 1883 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศไทย หรือ สยาม ในขณะนั้น ได้ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกไอทียู ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นองค์การระหว่างประเทศแรกที่ไทยเข้าเป็นสมาชิก ด้วยเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศ และขยายขอบเขตการบริการโทรคมนาคมให้กว้างขวางทันสมัย ทัดเทียมกับนานาประเทศ ซึ่งรวมทั้งการบริหารความถี่วิทยุเพื่อกิจการโทรคมนาคมด้วย
ประเทศไทยยังได้รับเลือกเป็นที่ตั้งของสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเมื่อปี ค.ศ. 1992 ทำให้ไทยสามารถติดต่อและมีความร่วมมือทางวิชาการกับไอทียู ในการพัฒนาบุคลากรและรับวิทยาการที่ทันสมัยได้สะดวกยิ่งขึ้น และประเทศไทยยังเป็นฐานของไอทียูที่จะขยายการสนับสนุนและความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกในภูมิภาคนี้ด้วย
ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ และต่อมาในปี ค.ศ. 2003 ประเทศสมาชิกไอทียูได้ให้ความเห็นชอบต่อปฏิญญาและแผนปฏิบัติการเจนีวา เพื่อช่วยรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมสารสนเทศที่ประชากรทั่วโลกสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ภายในปี ค.ศ. 2015
การประชุมสุดยอดที่ตูนิส ในปี ค.ศ.2006 ประชาคมโลกเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามอันเกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในทางที่ผิด ประเทศไทยจึงได้ออกกฏหมายและมีมาตรการในการทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ และส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้เทคโนโลยีนี้ในทางที่เหมาะสม ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศสมาชิกอาเซียน และในระดับโลก
นายกฯยังกล่าวว่าในการประชุม UNGA70 ครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการลดช่องว่างด้านดิจิทัล และการกำหนดนโยบายที่จะกระตุ้นการสร้างเทคโนโลยีใหม่ การวิจัย และการส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ที่จะทำให้ทุกภาคส่วนด้านเศรษฐกิจก้าวหน้าทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้ ทั้งด้านการผลิต การค้าผลิตภัณฑ์ดิจิทัลโดยตรง และการใช้ดิจิทัลรองรับบริการของภาคธุรกิจการเงินและธุรกิจบริการอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคสื่อสารและบันเทิง ตลอดจนการใช้ดิจิทัลรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายกฯกล่าวด้วยว่า เชื่อมั่นว่า ไทยจะสามารถแบ่งปันประสบการณ์และความสำเร็จกับมิตรประเทศ และยินดีจะรับฟังคำแนะนำในทุกๆ ด้าน ทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อเผชิญหน้าและรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน เพราะไทยพร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อประชาคมโลกจะสามารถก้าวไปพร้อมกันบนเส้นทางสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยไม่มีใครถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ ประเทศไทยขอให้คำมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมสารสนเทศเพื่อประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
อนึ่ง สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ ITU (International Telecommunications Union) ฉลองการก่อตั้งครบรอบ 150 ปีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ITU ได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและกระชับความร่วมมือกับไทย โดยเห็นว่า ไทยมีบทบาทนำในเรื่องเทคโโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม (ICT) และไทยยังเป็นที่ตั้งสำนักงาน ITU ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกตั้งแต่ปี 2535
ทั้งนี้ ไทยเข้าเป็นสมาชิก ITU ตั้งแต่ปี 2426 และมีบทบาทสำคัญอาทิ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Connect







