
สมเด็จพระบรมฯเสด็จทรงเปิดอุทยานราชภักดิ์
สมเด็จพระบรมฯเสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานเปิดอุทยานราชภักดิ์
สมเด็จพระบรมฯเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดอุทยานราชภักดิ์
เมื่อเวลา 18.00น. วันที่26ก.ย.58 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมารฯเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงเปิดอุทยานราชภักดิ์ โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและร.ม.ว.กลาโหม และนายทหารระดับสูงของกองทัพบกเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพียง
อุทยานราชภักดิ์ จัดสร้างโดย กองทัพบกเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบูรพมหากษัตริย์แห่งสยาม ทั้ง 7 พระองค์ โดยอุทยานราชภักดิ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 222 ไร่ ในพื้นที่ รร.นายสิบทหารบก ค่ายสมเด็จพระศรีสุริโยทัย อำหเภอัวหิน เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระมหากษัตริย์แห่งสยาม รวม 7 พระองค์ ที่ทรงมีคุณูปการต่อชาติไทย และทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทย ประกอบด้วย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระนเรศวรมหาราช พระนารายณ์มหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์แต่ละพระองค์ จะมีความสูง 13.90 เมตร และเฉพาะฐาน สูง 9 เมตร ด้วยงบประมาณ กว่า 1,000 ล้านบาท จากภาคเอกชน และการบริจาคของประชาชน
ชื่ออุทยานราชภักดิ์ เป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรเกล้าพระราชทานชื่อว่า"อุทยานราชภักดิ์"ที่หมายถึงอุทยานที่สร้างขึ้นจากความจงรักภักดีของประชาชน พสกนิกรชาวไทย นับเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งอุทยานราชภักดิ์ แห่งนี้นับเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งของ อำเภอหัวหิน ที่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระมหาบูรพกษัตริย์ของชาติไทย และยังเป็นสถานที่ ให้เยาวชนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยและพระมหาบูรพกษัตริย์ไทย ตั้งแต่ยุคสุโขทัย จนถึงรัตนโกสินทร์
ต่อมาเวลา 19.00น. กองทัพบกได้จัดทำการแสดงแสง สี เสียงและสื่อผสม ในชื่อชุดการแสดงว่า“อุทยานราชภักดิ์ เทิดจงรักสัตตปฐพี” กำกับการฝึกซ้อมโดยบริษัท ศุภักษร ใช้กำลังพลทั้งสิ้น 2,300 นาย จากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จ.ชลบุรี นอกจากนี้ยังใช้ ม้าและช้างศึกจากวังช้างปางพะเนียด จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พันโทวันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด นักแสดงที่สมบท พระนเรศวรมหาราช ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ร่วมรับบทสมเด็จพระนเรศวรในการแสดงครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้การแสดง มีทั้งหมด 9 องก์ ประกอบด้วย องก์ที่ 1 บทนำอุทยานราชภักดิ์
องก์ที่ 2 พ่อขุนรามคำแหง ที่กล่าวถึงการทำกระดิ่งร้องทุกข์ไว้หน้าพระราชวัง อันเป็นปฐมบทแห่งประชาธิปไตย และทรงโปรดให้จัดทำประทีปดอกบัวอันเป็นต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทงในปัจจุบัน
องก์ที่ 3 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กล่าวถึงการที่พระองค์ดำทรงยอมเป็นองค์ประกันในประเทศพม่า และการประกาศอิสรภาพจากประเทศพม่า ตลอดจนการทำยุทธหัตถีด้วยช้างศึกเพื่อกอบกู้บ้านเมืองจนสำเร็จ
องก์ที่4 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวถึงการค้ากับต่างประเทศ และวิทยาการสมัยใหม่ เรียกว่า ทรงเป็นนักการทูตผู้ยิ่งใหญ่
องก์ที่ 5 สมเด็จพระเจ้าตากสิน กล่าวถึงพระปรีชาด้านการต่อสู้บนหลังม้านำมาซึ่งการก่อตั้งเหล่าทหารม้า
องก์ที่6 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กล่าวถึงการทำสงครามเก้าทัพซึ่งเป็นสงครามสุดท้ายของแผ่นดินไทย โดยมีจุดรบที่สำคัญอยู่ที่ สมรภูมิรบทุ่งลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี
องก์ที่7 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการกล่าวถึง การทำนายการเกิดสุริยุปราคาล่วงหน้า จนชาวต่างประเทศเรียกการเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ว่า อุปราคาพระเจ้ากรุงสยาม
องก์ที่ 8 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวถึง การประกาศเลิกทาส รอดพ้นจากการล่าอาณานิคม พร้อมทั้งทรงนำวิทยาการสมัยใหม่มาสู่ประเทศไทย อาทิ ระบบไฟฟ้า ประปา การรถไฟไทย การแพทย์ การก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราช และทรงก่อตั้งโรงเรียนนายร้อย จปร. ถือว่าทรงเป็นกษัตริย์นักปฏิรูป
และองก์ที่ 9 บทสรุป เทิดจงรักสัตตปฐพี กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และการสร้างอุทยานราชภักดิ์จนสำเร็จ
สำหรับไฮไลท์สำคัญในการแสดงแสงสีเสียงครั้งนี้ อยู่ที่ การแสดงองก์ที่ 3 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีบนหลังช้างจริง โดยใช้ช้างศึกจากวังช้างปางพะเนียด จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นฉากที่มีความสวยงามสมจริงอย่างยิ่งและ องก์ที่ 4 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แสดงตอนพระองค์ท่านขี่ม้าศึกฟันดาบแหกค่ายวงล้อม ซึ่งถือเป็นฉากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ สมจริงมาก
นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ประกอบการแสดงด้วย ถือว่ามีความสวยงามและอลังการมาก โดยใช้เวลาในการแสดงทั้งสิ้น 45 นาที







