posttoday
ลงทุนครั้งแรก

ลงทุนครั้งแรก

26 กันยายน 2558

ผมไม่อยากรอช้า แม้เงินทุนที่มีอยู่ในตอนนั้นจะแค่ 6,000 บาทก็ตาม พอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่รอ

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ผมไม่อยากรอช้า แม้เงินทุนที่มีอยู่ในตอนนั้นจะแค่ 6,000 บาทก็ตาม พอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่รอ ผมก็ไปลาออกจากการเป็นคนงานของโรงงานฟอกหนังฟอฮับฟัด

วันที่ผมไปลาออก แล้วขอเบิกเงินทั้งหมดที่ฝากไว้ เถ้าแก่ตกใจมาก ถามผมทันทีว่า “ทำไมล่ะซิวซี จะลาออกไปทำงานที่ไหน มีใครให้ค่าจ้างซิวซีดีกว่าที่โรงงานอั๊วหรือ”

ผมตอบเถ้าแก่ว่า “ผมไม่ได้ไปทำงานกับใคร เพราะอยู่ที่นี่ดีอยู่แล้ว”

“อ้าว...ดีแล้วจะออกทำไม”

เถ้าแก่มองผมอย่างงงๆ ผมไม่อยากโกหก เพราะเถ้าแก่เองดีกับผมมาตลอด ให้โอกาสผมได้ทำงานมีเงินและกำลังจะก้าวหน้า ผมจึงตอบเถ้าแก่ไปตามตรงว่า “ผมกำลังจะไปเปิดโรงงานเอง”

เถ้าแก่ตาถลน นึกไม่ถึง ความสามารถ ความขยันใฝ่รู้และเอางานเอาการของผมนั้นเถ้าแก่คงไม่สงสัย แต่เรื่องเงินทุนเป็นเรื่องสำคัญ เถ้าแก่คงไม่คิดว่าเวลาเพียงแค่สองปีกว่า ผมจะเก็บเงินได้มากถึงขนาดเปิดโรงงานได้ ผมเลยบอกเถ้าแก่ว่าผมจะเอาเงินเก็บไปเช่าโรงงานทำ เถ้าแก่จึงเข้าใจ

“แล้วลื้อมีที่มีทางหรือยัง” ถ้าเป็นเถ้าแก่คนอื่น เขาอาจจะโกรธเกลียดขี้หน้าผมที่กล้าไปเปิดโรงงานในธุรกิจเดียวกัน แต่ความที่เถ้าแก่เป็นคนดีจิตใจไม่คับแคบ และเห็นว่าผมเป็นคนขยันเอาการเอางาน ทำงานให้เถ้าแก่ด้วยดีมาตลอด หลังจากเอาเงินที่ผมฝากไว้ให้ผมแล้วยังพูดอวยพรผมว่า “ลื้อเป็นคนดี เมื่อลื้อไปเพื่อความก้าวหน้า อั๊วก็ขอให้ลื้อโชคดี ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ”

เถ้าแก่เจ้าของโรงงานฟอฮับฟัด...เถ้าแก่คนแรกในชีวิตที่ผมไม่มีวันลืม

ผมเริ่มทำธุรกิจครั้งแรกด้วยเงินทุน 6,000 บาท เวลาแค่ 2 ปีกว่าๆ ที่เดินทางมาเมืองไทย ผมสามารถเป็นเจ้าของโรงงานฟอกหนังได้สำเร็จ ผมตั้งชื่อ “โรงงานฟอกหนังแห่งแรก” ว่า โรงฟอกหนัง “แซ่ฮิ้นลี่” นับเป็นก้าวแรกในการเป็นเถ้าแก่ของผม

ในเวลาไม่นานธุรกิจฟอกหนังของผมก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น มียอดผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกับที่มีลูกค้าสั่งซื้อหนังจากผมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียนในกิจการที่ผมเคยกังวลก็เกิดขึ้น เมื่อเปิดโรงงานไปได้เพียง 3-4 เดือน

เนื่องจากธุรกิจฟอกหนังต้องลงเงินถึง 3 ชุด เงินชุดแรกคือ เงินที่จ่ายไปกับการซื้อหนังดิบ เมื่อได้หนังดิบก็จะนำมาเข้ากระบวนการล้างน้ำให้สะอาด 1-2 วัน ต่อด้วยการแช่ปูนขาว และกรดกำมะถันอีก 7-8 วัน แล้วปาดขนไขมัน และเศษเนื้อออกจนสะอาด จากนั้นแช่น้ำให้สะอาดอีก 1-2 วัน

เงินชุดที่สอง คือ เงินที่จมไปกับหนังที่อยู่ในกระบวนการผลิตถัดไป ซึ่งประกอบไปด้วย การผ่าหนังตามความหนาที่ต้องการ แล้วนำไปแช่น้ำยาคงสภาพหนังไม่ให้เน่าเสียอีก 15 วัน จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งอีก 1-2 วัน และขั้นสุดท้ายคือ ทำสีตามลูกค้าสั่ง

เงินชุดที่สาม คือ เงินที่ต้องให้เครดิตลูกค้านาน 1-2 เดือน ขณะที่ได้เครดิตซื้อหนังดิบครึ่งเดือน ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น

เนื่องจากเงินจมในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้หนังสำเร็จรูปเกือบ 30 วันแล้ว บวกกับการให้เครดิตลูกค้าโดยเฉลี่ย 45 วัน แต่ผมได้เครดิตจากคนขายหนังดิบให้ผมเพียง 30 วันเท่านั้น โดยรวมแล้วผมต้องมีเงินจมในระบบอย่างน้อย 45 วัน เพื่อให้ธุรกิจเดินได้อย่างมั่นใจ ผมต้องมีเงินอย่างน้อย 2 เท่าของยอดขายในแต่ละเดือน แต่ยอดขายของผมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่ทัน เพราะผมมีเงินไม่พอ

โรงงานของผมมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา แต่ผมไม่มีเงินพอที่จะไปซื้อวัตถุดิบมาทำ เนื่องจากหมดทุน เงินทุนที่มีก็ลงไปกับสินค้าที่ทำเสร็จ ส่งไปให้กับลูกค้าแล้ว แต่ยังไม่ถึงกำหนดเก็บเงิน หรือพูดให้ฟังง่ายๆ ก็คือ รับไม่ทันกับจ่าย

ผมเคร่งเครียดกับการหาเงินมาดันให้ธุรกิจดำเนินต่อไปให้ได้ เดินมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่มีทางที่ผมจะหยุดหรือยอมแพ้ นอนคิดอยู่หลายคืนว่าจะหาเงินจากทางไหนดี

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี