
ประวิตรรับสภาพอียูคงใบเหลืองไอยูยู
ประวิตร เผยรับได้ผลตรวจไอยูยูเดือน ต.ค.ไทยได้ใบเหลือง ชี้แก้ปัญหายั่งยืนต้องใช้เวลา
ประวิตร เผยรับได้ผลตรวจไอยูยูเดือน ต.ค.ไทยได้ใบเหลือง ชี้แก้ปัญหายั่งยืนต้องใช้เวลา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจประเมินการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายโดยไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ประเทศไทยในช่วงเดือน ต.ค. ตามกำหนดระยะเวลาเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งไทยมีความพร้อมสำหรับผลการประเมิน เนื่องจากได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทุกอย่างตาม ที่สหภาพยุโรป (อียู) ต้องการแล้ว
“ผลการตรวจสอบของอียูจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงจะไม่แย่ไปกว่าเดิม แต่หากไทยยังคงได้ใบเหลืองเหมือนเดิมก็ถือว่ารับได้ เพราะเรื่องนี้ต้องใช้เวลาในระยะยาวจึงจะเห็นผลการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน” พล.อ.ประวิตร กล่าว
แหล่งข่าวจากสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า ใบเหลืองไอยูยูจะกระทบต่อสินค้ากุ้ง อาหารทะเลแช่แข็งทุกประเภทของไทยที่ส่งออกไปในตลาดอียู และหากไทยแก้ไขไม่ได้จะลามปามไปสินค้าอื่นๆ คิดเป็นความเสียหายกว่า 1 แสนล้านบาท ไม่ใช่แค่ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากจะมีการตรวจสอบเข้มข้นสินค้าทะเลทุกชนิด
ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวสั้นๆ ว่า ไทยต้องยอมรับการตัดสินของคณะกรรมาธิการอียู ไม่ว่าจะออกหัวออกก้อยก็ต้องยอมรับความจริง และทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะกระทบในระยะยาว
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการอียูจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อติดตามดูการปฏิบัติงานในภาคสนามจริงๆ เพื่อดูว่าแผนปฏิบัติการต่างๆ ที่ไทยส่งไปนั้น สามารถปฏิบัติได้ดีจริงมากน้อยเพียงใดและอย่างไร
“ตามแผนงานในวันที่ 12 ต.ค.นี้ เจ้าหน้าที่อียูจะเข้ามาสังเกตการณ์การแก้ไขไอยูยูของไทย และวันที่ 19-23 ต.ค. ผู้บริหารระดับสูงจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติอีกครั้ง โดยขณะนี้รัฐบาลได้แต่งตั้ง นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเดินทางเจรจากับอียู” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองประมงต่างประเทศ กรมประมง ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าประมงคิดเป็นมูลค่า 2.42 แสนล้านบาท และเป็นการส่งออกไปอียู 3.2 หมื่นล้านบาท







