
เสธ.หนั่นดัน 6 เดือนสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น
8...ทีมข่าวภูมิภาค
โครงการสร้าง
“เขื่อนแก่งเสือเต้น” ที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ แหล่งผืนป่าสักทองที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย มีทั้งเสียงคัดค้านและสนับสนุนที่นักการเมืองหลายยุคหลายสมัยพยายามผลักดันเขื่อนแก่งเสือเต้น อย่างไรก็ตามปีนี้ไทยประสบปัญหาภัยแล้งหนักสุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลปัจจุบันมีแนวคิดที่จะปัดฝุ่นโครงดังกล่าวขึ้นมาอีก“
เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ กล่าวยืนยันกับประชาชนจากพื้นที่ 4 จังหวัดในนามเครือข่ายเกษตรกรลุ่มแม่น้ำยมประมาณ 500 คน จาก จ.พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย และนครสวรรค์ เดินทางมาเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 ก.ค. เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และสนับสนุนให้รัฐบาลกล้าหาญตัดสินใจก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นภายใน 6 เดือนพล.ต.สนั่น กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นสร้างแน่ โดยคณะกรรมการศึกษาการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นได้ส่งรายงานกลับมาให้แล้ว ส่วนมหาวิทยาลัยมหิดลศึกษาได้แล้ว 80% โดยสรุปเราจะสร้างเขื่อน 2 ตัว คือที่ระดับความสูง 258 เมตร กับ 230 เมตร ส่วนเขื่อนแก่งเสือเต้นจะอยู่ที่ระดับความสูง 236 เมตร เพราะฉะนั้นพื้นที่ ต.สะเอียบ จะไม่ถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งเสนอแนะให้ต่อท่อผันน้ำไปทำไฟฟ้าด้วย ซึ่งหลังรอผลสรุปจากบริษัทที่ปรึกษาทั้งหมดแล้วไม่เกิน 6 เดือนจะเสนอต่อ ครม.ได้
อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นประชาชน องค์กรเอกชน และทุกภาคส่วนก่อนจะดำเนินการด้วย ทั้งนี้มั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติในหลักการก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ผวจ.แพร่ ได้มีการเรียกประชุมด่วนฝ่ายการศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อขอให้มีการล่ารายชื่อนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทั่วทั้งจังหวัดเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น พร้อมกันนี้ยังให้มีการส่งจดหมายด่วนที่สุดไปยังโรงเรียนทั้งหมด พร้อมแนบตัวอย่างแบบฟอร์มใบลงชื่อที่ได้มีการลงรายชื่อนักเรียนไว้เรียบร้อยแล้ว และให้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในวันที่ 16 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ภายในเอกสารที่แนบมาด้วยกับจดหมายด่วนที่สุดดังกล่าวซึ่งเป็นข้อสรุปจากการประชุม ได้ระบุให้สถานศึกษาต่างๆ ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัด 4 ข้อคือ 1.รณรงค์ให้มีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแก่ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 2.ให้ครู นักเรียน และบุคลากรดังกล่าวร่วมมือกันลงชื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อน 3.นำรายชื่อทั้งหมดส่งผู้ว่าราชการจังหวัดภายในเช้าวันที่ 16 ก.ค. และ 4.นำครู นักเรียน และบุคลากร มาร่วมชุมนุมสนับสนุนการสร้างเขื่อนในวันที่ 16 ก.ค. ที่หน้าศาลากลางจังหวัด
หากมีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาจริง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อป่าสักทองผืนนี้ คงหลีกหนีไม่พ้นพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 56 หมื่นไร่ นอกจากจะท่วมชุมชนสะเอียบแล้ว ยังท่วมป่าสักทองกว่า 4 หมื่นไร่ผืนนี้ไปด้วย







