
คสช.โยกบิ๊กขรก. รั้ง‘ปฏิรูป’ฉุด‘ระบบคุณธรรม’
เข้าตำรา “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เข้าตำรา “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ปรับทัพจัดขุมกำลังกันหลายระลอก ในหลายกระทรวงกลับถูกมองว่าเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก หรือจัดวางตามความสนิทสนม เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ มากกว่าระบบอาวุโส ความรู้ความสามารถ คุณธรรม
แม้จะอ้างว่าเป็น “สถานการณ์พิเศษ” ที่จำเป็นต้องมี “มือไม้” ที่ไว้ใจมาเป็นกำลังขับเคลื่อนการบริหารเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายทั้งเรื่องการกอบกู้เศรษฐกิจ และวางกรอบการปฏิรูปให้เป็นรูปเป็นร่าง แต่เอาเข้าจริงการกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นการเดินซ้ำรอยรัฐบาลในอดีตที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เข้าไป “ล้วงลูก” แทรกแซงการทำงานของข้าราชการจนกลไกเสียหาย
ที่สำคัญการโยกย้ายข้าราชการในลักษณะนี้ ยังเป็นการทำลายระบบคุณธรรมและความเข้มแข็งของกลไกข้าราชการ แทนที่จะใช้โอกาสนี้ที่ปลอดจากการเมือง เร่ง “วางรากฐาน” พร้อมทำตัวอย่างให้เห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ควรจะเป็นนั้นเป็นอย่างไร สอดรับไปกับเส้นทางการปฏิรูปที่ คสช.กำลังขับเคลื่อนให้เห็นเป็น รูปธรรมเร็วๆ นี้
แต่หลายตำแหน่งที่ปรากฏเวลานี้กลับเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ทั้งข้ามห้วย ข้ามหัว จนสร้างแรงกระเพื่อมความไม่พอใจในหลายส่วน อาทิ การดัน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) มานั่งเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน อนุสิษฐ คุณากร ที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนนี้
ทั้งที่ กนกทิพย์ รชตะนันทน์ รองเลขาธิการ สมช. ที่อาวุโสสูงสุด ถือเป็นตัวเก็ง และเป็นชื่อที่อนุสิษฐเสนอขึ้นมารับตำแหน่งนี้ แต่ก็พ่ายให้กับเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในสถานการณ์เช่นนี้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเป็นแรงดันจากพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ จนเกิดแรงกระเพื่อมถึงขั้นทำให้กนกทิพย์ยื่นหนังสือลาออก ก่อน คสช.จะปลอบใจด้วยการดันไปนั่งเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
กรณีนี้ถูกหยิบยกไปเทียบเคียงกับกรณีของ ถวิล เปลี่ยนศรี ที่เคยถูกโยกพ้นตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ซึ่งต่อสู้คดีมา 2 ปีครึ่งก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาว่า
การใช้ดุลพินิจของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้กระบวนการจะถูกต้องก็ตาม
อีกตัวอย่างการย้ายข้ามห้วยที่ถูกวิจารณ์ถึงเหตุผลการโยกย้ายคือ กรณี ธีรภัทร ประยูรสิทธิ จากอธิบดีกรมป่าไม้ ที่ถูกโยกมาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
คล้ายกับ พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ที่ถูกโยกจากรองปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเหตุผล
แม้กระทั่งกรณีของ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่ทำลายสถิติถูกโยกย้ายบ่อยที่สุดในประวัติ ศาสตร์ เริ่มตั้งแต่ครั้งแรกก้าวขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนถูกโยกย้ายไปเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร. ในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย และถูกย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาล คสช. จนถูกเด้งกลับมาเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร. อีกครั้ง เมื่อเกิดความขัดแย้งทางนโยบายกับรัฐมนตรี ก่อนที่ถูกแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และล่าสุดยังไม่ทันถึง 3 เดือนถูกโยกกลับไปเป็นเป็นปลัดกระทรวงพลังงานอีกรอบ
ไม่ต่างจากกรณี ไมตรี อินทุสุต จากอดีต ผวจ.ภูเก็ต ที่ ครม.มีมติเมื่อเดิน ก.ค.ที่ผ่านมา ให้ขยับไปนั่งเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มีผลเดือน ต.ค.นี้ แต่ยังไม่ทันได้ไปนั่ง ครม.มีมติใหม่เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ให้ไปนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แทนตำแหน่งของ วิเชียร ชวลิต รุ่นพี่ที่มหาดไทยที่เคยข้ามห้วยไปนั่งปลัด พม. และจะเกษียณสิ้นเดือนนี้
นำไปสู่คำถามว่า การโยกย้ายแต่ละครั้งในช่วงรัฐบาล คสช.นี้ ใช้หลักอะไร เป็นเพราะแก้ปัญหาทางการเมืองมากกว่าพิจารณาตามความเหมาะสมหรือเรื่องระบบคุณธรรมหรือไม่ ยิ่งไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนทุกอย่างยิ่งย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้ คสช.
แม้แต่บรรดาตำแหน่งปลอบใจทั้งหลาย ที่ดูเหมือนจะเป็นการปลอบใจคนพลาดหวังตำแหน่งสำคัญ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงแค่การขยับลุกจากตำแหน่งเพื่อดันคนข้างล่างขึ้นมารับตำแหน่ง จ่อคิวสู่ตำแหน่งใหม่ในอนาคต
คล้ายกับกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ทบ. ที่พลาดเก้าอี้ ผบ.ตร.อีกครั้ง เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เบียดแซงในโค้งสุดท้ายด้วยเหตุผลความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์งานสืบสวนคดีอาชญากรรมและคดีความมั่นคง
จนมีข่าวว่าได้รับการทาบทามไปนั่งเป็นปลัด พม. ก่อนที่สุดท้ายจะมาลงตัวที่ตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ลาออกไปรับตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ตัวอย่างเหล่านี้ล้วนตอกย้ำปัญหากระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของรัฐบาล คสช. ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งขวัญและกำลังใจข้าราชการ รวมทั้งทำลายระบบคุณธรรม และทำให้เส้นทางปฏิรูประบบข้าราชการตีบตันมากขึ้นทุกที







