
ท้องถิ่นกังวลตำบลละ5ล้าน ส่งโครงการไม่ทันสิ้นเดือนนี้
มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอัดฉีดงบให้ทุกตำบลส่งโครงการเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ตำบลละ 5 ล้านบาท มีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจเกิดปัญหาโดยเฉพาะการส่งโครงการล่าช้าไม่ทันตามกำหนดวันที่ 30 ก.ย.นี้
กัญญาณัฐ ศรีใจ รองนายกเทศบาลตำบล (ทต.) งิม อ.ปง จ.พะเยา บอกว่า สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือ เงื่อนไขของการทำประมาณการโครงการทั้งตำบล 5 ล้านบาท เกรงว่าช่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะทำไม่ทัน เพราะมีเวลาเพียง 3 วัน จะต้องออกสำรวจพื้นที่จริงก่อนทำประมาณการออกแบบ หากตำบลใดที่มีโครงการใหม่และทำประมาณการใหม่ทุกตัว ทำให้เป็นห่วงว่าเวลาจะไม่ทัน แต่หาก อปท.ใดที่มีโครงการเก่าที่เป็นความต้องการของประชาชนพร้อมประมาณการอยู่แล้ว สามารถนำมาดำเนินการได้ทันที
อำนวย รักษาศิริ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อนสร้าง เทศบาลตำบลโพธิ์กระสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นั้นมองโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ แต่กังวลเรื่องข้อผูกมัดทางกฎหมาย ที่จะต้องร่วมลงชื่อในโครงการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยึดตามราคาที่กำหนดมาจากส่วนกลาง
“ผมกังวลในเรื่องของความชัดเจนมากกว่า เนื่องจากระบบยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้ทางท้องถิ่นนั้นดำเนินการเช่นไร อยากได้ความชัดเจนในการทำงานมากกว่า ว่าจะให้ทางองค์กรท้องถิ่นนั้นทำอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง ช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง เนื่องจากการสั่งการมาเป็นห้วงๆ ถ้ามีความชัดเจนก็สามารถทำได้เสร็จทัน ไม่มีปัญหาใดๆ”
สิทธิรักษ์ อาจภักดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนหาญ ก็เห็นว่า รายละเอียดของโครงการที่ทางอำเภอแจ้งมาให้ อปท.ช่วยเหลือจัดทำโครงการนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจ้างแรงงานในพื้นที่ หรือเป็นการประมูลจากผู้รับเหมา
“ส่วนตัวแล้วเห็นว่าควรจะจ้างแรงงานในพื้นที่เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของทางรัฐบาล ซึ่งต้องการกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรง ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นเชื่อว่ามีความสามารถในการดำเนินการได้ เนื่องจากไม่ซับซ้อน แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าทางส่วนกลางจะแจ้งรายละเอียดตรงนี้มาอย่างไร ต้องรอการสั่งการจากทางอำเภอและจังหวัดก่อน”
ไม่เพียงแต่เวลาที่กระชั้นชิดที่ทำให้ฝ่ายช่าง อปท. อาจประมาณการโครงการไม่ทันตามกำหนด แต่เวลาที่รวบรัดก็หมายถึงโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดจากความไม่รอบคอบรัดกุมที่มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
หัวหน้าช่าง อบต.แห่งหนึ่งของ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า แนวทางดำเนินการที่ให้ อปท. ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างให้การสนับสนุนในการประมาณการราคา ออกแบบโครงการ พร้อมทั้งลงนามร่วมในโครงการด้วย เรื่องนี้หลายแห่งมีความวิตกกังวลใจมากหากเกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดปัญหาความไม่โปร่งใสแล้วถูกตรวจสอบก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“เจ้าหน้าที่กองช่างส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าร่วมแต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะถูกทางอำเภอบังคับ โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ แต่สิ่งที่ช่างวิตก คือ หากโครงการมีปัญหาเรื่องทุจริตเกิดขึ้น เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบ ช่างที่ลงนามในโครงการก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบไปด้วย” แหล่งข่าวหัวหน้าช่างเปิดเผย
ด้าน ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ ก็มองว่า สิ่งที่ช่าง อปท.มองว่าจะเกิดตามมาหลังไปร่วมทำโครงการ คือการถูกตรวจสอบความโปร่งใสจาก สตง. จึงไม่อยากเข้าไปลงนามในการประเมินแบบ ลงนามในโครงการด้วย แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะถูกผู้ใหญ่ระดับอำเภอและจังหวัดขอร้องให้ร่วมด้วย
ขณะที่ฝ่ายช่าง อปท.แห่งหนึ่งใน จ.พะเยา เสนอว่า หากทางอำเภอหรือเจ้าของโครงการดำเนินการตามแผนงานประมาณการงบประมาณและให้มีการควบคุมงานเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสมของช่าง โดยไม่ลัดขั้นตอนหรือเปลี่ยนแปลงแบบประมาณการตามชอบใจก็จะไม่เป็นปัญหาให้ต้องเกิดความเดือดร้อนตามมาในภายหลังอย่างแน่นอน
ขณะที่ อนุรักษ์ โปร่งสุยา นายก อบต.ออย อ.ปง จ.พะเยา กลับกังวลว่า หากเกิดกรณีที่นายอำเภอบางคนต้องการเข้าไปควบคุมงานการบริหารงบประมาณดังกล่าวด้วยตัวเอง ก็เกรงจะทำให้เกิดปัญหา เพราะจะเป็นลักษณะรวบอำนาจ ซึ่งน่าจะมีการเชิญผู้บริหาร อปท.ต่างๆ ไปหารือร่วมกับทางอำเภอและกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ต่างๆ ก่อน







