posttoday
โฆษกตร.แจงความคืบหน้าคดีบึ้มต่อคณะทูตยันมาเลย์ไม่ได้จับมือระเบิด

โฆษกตร.แจงความคืบหน้าคดีบึ้มต่อคณะทูตยันมาเลย์ไม่ได้จับมือระเบิด

23 กันยายน 2558

"ประวุฒิ"แจงความคืบหน้าเหตุระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทรต่อทูตนานาชาติ ยืนยันมาเลย์จับผู้ต้องหาไม่ใช่มือวางระเบิด

"ประวุฒิ"แจงความคืบหน้าเหตุระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทรต่อทูตนานาชาติ ยืนยันมาเลย์จับผู้ต้องหาไม่ใช่มือวางระเบิด

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้จัดบรรยายสรุปแก่คณะทูตและสื่อมวลชน เรื่องการติดตามตามสถานการณ์เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ณ ห้อง วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีผู้แทน 56 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 7 แห่ง เจ้าร่วมรับฟังบรรยาย

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก สตช. กล่าวว่า จากการชี้แจงต่อคณะทูตรวมถึงตัวแทนที่เข้าร่วมรับฟัง มีข้อสงสัยบ้างเล็กน้อย แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้วางระเบิดตามที่มีกระแสข่าว โดยคณะทูตได้มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งข้อหา และขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติของผู้ต้องหา ส่วนความคืบหน้าสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนร้ายได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่าได้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกหนึ่งรายเป็นชาย คนที่ 14 ซึ่งการบรรยายดังกล่าวเพื่อสรุปให้ตัวแทนต่างประเทศ ที่มีประชาชนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้มั่นใจ และจำเป็นต้องชี้แจงภาพรวมทั้งหมดที่เกิดให้รับทราบ เพื่อยืนยันว่าพื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยปลอดภัย และเป็นการสร้างความสบายใจให้กับชาวต่างประเทศ

จากนั้นได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถามรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นที่เกิดขึ้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นก่อการร้ายหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ต้องให้คำนิยาม 1.ต้องมีองค์ประกอบรวม 2.วัตถุประสงค์ชัดเจน และ3. แสดงความรับผิดชอบว่าเป็นผลงานของกลุ่มไหน เพื่อส่งผลต่อข้อเรียกร้อง แต่อยากถามว่าประเทศไทยมีอะไรบ้าง

ส่วนการประสานงานเพื่อขอส่งตัวผู้รายข้ามแดนจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งทางการมาเลเซียยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ผู้ก่อเหตุและเกี่ยวข้องกับเรื่องในประเทศไทย  จึงไม่มีการประสานงานให้ส่งตัวมาแต่อย่างใด ส่วนในวันนี้ (23ก.ย.) ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน โดยมีการสืบสวนจากร้านขายเคมีภัณฑ์ บริเวณซอยสุขุมวิท 44/2 ว่ามีผู้ไปซื้อวัตถุต้องสงสัยในการประกอบระเบิด จนนำไปสู่การออกหมายจับ

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหานั้นยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินคดีในศาลทหารหรือศาลพลเรือน ต้องรอสรุปเรื่องข้อหา และวัตถุระเบิดก่อน เพราะถ้าหากเป็นยุทธภัณฑ์ก็จะต้องนำขึ้นศาลทหาร รวมถึงถ้ามีการดำเนินคดีในข้อหาวางระเบิด ต้องนำขึ้นศาลทหารเช่นกัน

ขณะที่การพิสูจน์สัญชาติผู้ต้องหานั้น อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การพิสูจน์หนังสือเดินทางที่ระบุว่าเป็นของตุรกีนั้น ยังไม่มีการดำเนินการ เนื่องจากทางสถานทูตตุรกีขอนำไปพิสูจน์เอง ซึ่งไม่สามารถทำได้เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญ จึงอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้มีการใช้ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในการพิสูจน์ร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท