posttoday
บอร์ดที่ดี

บอร์ดที่ดี

23 กันยายน 2558

ท่าทีของคณะกรรมการบริษัท ทีโอที ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานในการดำเนินการเรียกค่าชดเชยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานให้แก่เอกชนกลายเป็นข้อกังขาในการทำหน้าที่กรรมการรัฐวิสาหกิจที่ดี

ท่าทีของคณะกรรมการบริษัท ทีโอที ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานในการดำเนินการเรียกค่าชดเชยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานให้แก่เอกชนกลายเป็นข้อกังขาในการทำหน้าที่กรรมการรัฐวิสาหกิจที่ดี

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งการให้ทีโอที ในฐานะคู่สัญญาสัมปทานกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เรียกค่าชดเชยจากการแก้ไขสัญญาสัมปทาน และการเปลี่ยนระบบสัมปทานไปเป็นการเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมจนทำให้ทีโอทีเสียหาย ตามคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีความชัดเจนว่ารัฐบาลในฐานะเป็นผู้กำกับทางนโยบายมีคำสั่งทางกฎหมายที่ชัดเจนให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นเครื่องมือของรัฐจะต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าว

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากคำตัดสินของศาลจะพบว่า ศาลระบุชัดว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือครั้งที่ 6 ที่นำมาถึงการปรับลดส่วนแบ่งรายได้ที่บริษัท เอไอเอส จะต้องจ่ายแก่บริษัท ทีโอที จาก 25-30% ของรายได้ มาเป็น 20% ตลอดอายุสัมปทานที่เหลือ และการปรับเปลี่ยนสัญญาครั้งที่ 7 ที่ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่งเครือข่าย ไม่ต้องนำมาคำนวณในส่วนแบ่งรายได้ เป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัท เอไอเอส และรัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าว เพื่อเรียกคืนผลประโยชน์ที่ทีโอทีสมควรได้กลับคืนมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินการ

ดังนั้น มติ ครม.เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็เป็นความพยายามครั้งล่าสุด ก่อนสัญญาสัมปทานเอไอเอสจะหมดลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงคือคณะกรรมการทีโอทีจะต้องไปดำเนินการอย่างสุดฝีมือ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการทีโอทีที่ประชุมร่วมกันนานหลายชั่วโมงกลับเห็นว่าคำพิพากษาศาลฎีกาไม่ได้ระบุว่าเอไอเอสเป็นฝ่ายผิด และโยนเรื่องกลับมาให้ ครม.มีมติให้ชัดเจนว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 6 และ 7 เป็นโมฆะหรือไม่ เพื่อจะได้เป็นเกราะป้องกันตัวหากต้องไปสู้คดีกับเอกชน

ท่าทีของคณะกรรมการบริษัท ทีโอที สะท้อนให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของข้าราชการที่ถูกส่งมาเป็นกรรมการได้ชัดเจนว่า กรรมการขาดสำนึกในการทำหน้าที่ในการกำกับให้ฝ่ายบริหารรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และต้องใช้สติปัญญาในการปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

หากคณะกรรมการทีโอทีไม่กล้าตัดสินใจดำเนินการ ทั้งๆ ที่ศาลระบุชัด และสำนักงานอัยการสูงสุดก็ยืนยันในหนังสือหารือของทีโอทีแล้วว่าการแก้สัญญาทำให้ทีโอทีเสียหาย รัฐบาลควรพิจารณาคัดเลือกผู้ที่กล้าตัดสินใจปกป้องผลประโยชน์ของชาติเข้ามาทำหน้าที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท