
พท.ยกพลปราศรัยลุยเคาะประตูบ้าน
จัดโรดแมปเดินสายถล่มรัฐบาล มาร์คลั่นไม่รุนแรงเลือกตั้งเร็วขึ้น
โพสต์ทูเดย์
— พท.ยกทัพหลวง “จิ๋วเหลิมจตุพร” สส.นับร้อย เปิดเกมรุกเดินสายปราศรัยไปเหนือนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคได้กำหนดทิศทางการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยกำหนดลงพื้นที่ 3 ช่วง คือ 1 ช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. และ ช่วงที่ 2 เดือน ต.ค.ธ.ค. และช่วงที่ 3 ระหว่างเดือน ม.ค.มี.ค. 2554
สำหรับช่วงที่ 1 นี้ จะลงพื้นที่ปราศรัยในจังหวัดต่างๆ อาทิ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง โดยวันที่ 29 ก.ค. จ.ลำพูน วันที่ 30 ก.ค. จ.กำแพงเพชร วันที่ 1 ส.ค. ที่ จ.สุรินทร์ วันที่ 2 ที่ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 6 ส.ค. ที่ จ.หนองคาย และวันที่ 8 ที่ จ.ราชบุรี โดยพื้นที่ปราศรัยจะอยู่นอกพื้นที่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล
นายจิรายุ กล่าวว่า รูปแบบการปราศรัยจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 การลงพื้นที่แบบเคาะประตูบ้านทำความเข้าใจกับประชาชนในเขตจังหวัดนั้นๆ โดยจะมี สส.ไม่น้อยกว่า 50 คน รูปแบบที่ 2 คือ การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ช่วง 16.0022.00 น. โดยจะมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส. นายจตุพร พรหมพันธุ์ เข้าร่วม
ขณะที่ รูปแบบที่ 3 จะเป็นการแสดงนิทรรศการ ขนาดใหญ่ ในหัวข้อ
“7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน” จะเริ่มจัดนิทรรศการรูปแบบใหม่ โดยใช้ แนวคิด “รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส” ทั้งนี้นิทรรศการจะจัดขึ้นก่อนที่ทำการพรรค ในวันที่ 19 ก.ค. ตั้งแต่ 10.0017.30 น. ไปจนถึงวันที่ 26 ก.ค.อย่างไรก็ตาม ในส่วนกิจกรรมช่วงที่ 23 นั้นทางพรรคจะหารือกันอีกทีว่าควรมีรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างไร
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร ที่ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ว่า ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในโครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
“
สิ่งที่กองทัพบกมุ่งหวังเพื่อต้องการให้ชี้แจงความจริงให้เข้าใจ เพราะประชาชนผู้บริสุทธิ์อาจจะได้รับข้อมูลที่ไม่จริง แต่กองทัพบกยืนยันจะนำแต่ข้อเท็จจริงไปเสนอให้ประชาชนได้รับทราบ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังอดีต รมว.ต่างประเทศอิตาลี เข้าพบว่า ได้มีการสอบถามเรื่องความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยได้มีการพูดถึงที่ตนเองเคยพูด ว่าอาจจะมีการเลือกตั้งในปลายปีนี้ ซึ่งยังยืนยันแนวคิดเดิมว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องอยู่ครบวาระส่วนจะมีปัจจัยอะไรเป็นตัวกำหนดว่าจะอยู่ครบหรือไม่นั้นเห็นว่าอยู่ที่เงื่อนไขและความร่วมมือที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งขึ้นอยู่กับอนาคต จากนี้ไปที่จะต้องดูว่าการตอบสนองของฝ่ายต่างๆ เป็นอย่างไร
“
ในวันนี้ยังเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยาก ซึ่งขึ้นอยู่กับทัศนคติของบางกลุ่ม กลับมองว่าต้องใช้ความรุนแรงกดดัน ในขณะที่รัฐบาลพยายามที่จะส่งสัญญาณครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ในทางตรงกันข้าม ถ้าความคิดถูกสะท้อนออกมาว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงการเลือกตั้งใหม่ก็จะเกิดได้เร็วขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว






