
‘โคราช’สั่งสูบน้ำกักตุน รับมือปีหน้าส่อแล้งจัด
ผู้ว่าฯ โคราช สั่งทุกพื้นที่เร่งสูบน้ำจากธรรมชาติไว้ผลิตน้ำประปา 5 เขื่อนน้ำเหลือไม่ถึง 50%
ผู้ว่าฯ โคราช สั่งทุกพื้นที่เร่งสูบน้ำจากธรรมชาติไว้ผลิตน้ำประปา 5 เขื่อนน้ำเหลือไม่ถึง 50%
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปกักเก็บไว้ภายในแหล่งผลิตน้ำประปา หรือแหล่งน้ำที่ต้องสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งปี 2559 เพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งได้ขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากกระทรวงพลังงานเข้ามาในพื้นที่แล้ว 10 เครื่อง สำหรับเร่งสูบน้ำกักเก็บไว้
นายธงชัย กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นับว่าน่าเป็นห่วงเนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ 5 แห่ง มีปริมาณน้ำเหลือใช้ไม่ถึง 50% ของปริมาณความจุ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ฤดูแล้งปี 2559 จะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก พายุหว่ามก๋อที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาแต่ฝนก็ตกใต้เขื่อนทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแต่ละแห่งมีปริมาณที่น้อยมาก
ด้าน นายเอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า แม้ว่าจะมีฝนตกและน้ำเหนือไหลมาสมทบลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาจนปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว แต่ยังต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรงดทำนาปรังรอบที่ 3 เพราะน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักทั้งสี่แห่งยังไม่เพียงพอต่อการจัดสรรเพื่อการเกษตร
นายเอกศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำกักเก็บ 4,583 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 34% ของความจุ มีน้ำใช้ได้จริง 783 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 6% เขื่อนสิริกิติ์ 4,250 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 45% มีน้ำที่ใช้ได้จริง 1,400 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 15% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 278 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% มีน้ำใช้ได้จริง 235 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 25% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 174 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 18% มีน้ำใช้ได้จริง 171 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 18% ของความจุ







