
บริษัทตั้งใหม่หด เหตุการเมืองป่วน
“พาณิชย์” โบ้ยม็อบชุมนุมทำยอดจัดตั้งธุรกิจไตรมาส 2 ร่วง 18% แต่ครึ่งปีแรกยังโต 30% จับตายุบประชาธิปัตย์ การเมืองป่วนลงทุนหนาว
“พาณิชย์” โบ้ยม็อบชุมนุมทำยอดจัดตั้งธุรกิจไตรมาส 2 ร่วง 18% แต่ครึ่งปีแรกยังโต 30% จับตายุบประชาธิปัตย์ การเมืองป่วนลงทุนหนาว
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ไตรมาส 2 (เม.ย.มิ.ย.) 2553 มีธุรกิจจัดตั้ง 11,310 ราย ลดลง 18% เทียบกับไตรมาสแรก (ม.ค.มี.ค.) 2553 ที่มีธุรกิจจัดตั้ง 13,845 ราย โดยตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจที่ลดลงเป็นผลจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุนใหม่
สำหรับเดือน มิ.ย. 2553 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 4,321 ราย เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับ มิ.ย. 2552 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 3,628 ราย และเพิ่มขึ้น 23% เทียบกับ พ.ค.ปีเดียวกัน ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 3,505 ราย แต่เมื่อเทียบรายไตรมาส พบว่าส่วนตัวเลขธุรกิจจัดตั้งใหม่ครึ่งปีแรก (ม.ค.มิ.ย.) 2553 มีจำนวน 25,155 ราย เพิ่มขึ้น 30% เทียบกับช่วงครึ่งปีแรก 2552 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 19,381 ราย และเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับครึ่งปีหลัง 2552 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 21,862 ราย
ขณะที่เงินทุนของธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือน มิ.ย. มีมูลค่า 3.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 148% เทียบกับ มิ.ย. 2552 ที่มีเงินทุนจดทะเบียน 1.33 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาส 2 มีเงินทุนจดทะเบียนรวม 6.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% ไตรมาส 2 ปีก่อน ที่มีเงินทุนจดทะเบียน 4.36 หมื่นบาท ทำให้ครึ่งปีแรก 2553 มีเงินทุนจดทะเบียนรวม 1.22 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีเงินทุนจดทะเบียน 6.59 หมื่นล้านบาท
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุดในเดือน มิ.ย. ได้แก่ ก่อสร้างทั่วไป 440 ราย อสังหาริมทรัพย์ 242 ราย บริการนันทนาการ 178 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น 165 ราย และขายส่งวัสดุก่อสร้าง 122 ราย ขณะที่ไตรมาส 2 ธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ บริการนันทนาการ 1,358 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,044 ราย อสังหาริมทรัพย์ 572 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น 430 ราย และขายส่งเครื่องจักรและเครื่องมือเครื่องใช้ 286 ราย ทำให้ครึ่งปีแรกมีธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 2,527 ราย บริการนันทนาการ 2,006 ราย อสังหาริมทรัพย์ 1,445 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น 995 ราย และขายส่งเครื่องจักรและเครื่องมือเครื่องใช้ 704 ราย
ด้านธุรกิจจดทะเบียนเลิกเดือน มิ.ย. 2553 มีจำนวน 1,119 ราย เพิ่มขึ้น 51% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีเดียวกัน ที่มีจำนวน 742 ราย แต่ลดลง 12% เทียบกับเดือน มิ.ย.ปีก่อน ที่มีจำนวน 1,275 ราย โดยไตรมาส 2 มีธุรกิจจดทะเบียนเลิก 2,580 ราย ลดลง 13% เทียบกับไตรมาส 1 ที่มีจำนวน 2,972 ราย และลดลง 14% เทียบกับไตรมาส 2 ปีก่อน ที่มีจำนวน 3,001 ราย ส่งผลให้ ส่วนครึ่งปีแรกมีธุรกิจจดทะเบียนเลิก 5,551 ราย ลดลง 49% เทียบกับครึ่งปีหลังของปีก่อน ที่มีจำนวน 10,931 ราย และลดลง 10% เทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อนที่มีจำนวน 6,137 ราย
“การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่หรือเลิกกิจการ มีผลจากปัญหาการเมือง เป็นหลัก ซึ่งในครึ่งปีหลัง ปัจจัยการเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญสุดที่มีผลต่อการจดทะเบียนเพิ่มทุนและเลิกกิจการ เพราะไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นไม่ได้ในเรื่องของการเมือง โดยครึ่งปีหลังให้จับตาดูข่าวยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการมองว่าน่าจะได้ข้อสรุปในต้นปีหน้า แต่อาจมีนัยต่อการลงทุนได้เช่นกันแต่ก็อาจจะมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนเช่นกัน” นายอลงกรณ์ กล่าว







