posttoday
2 แบงก์ฟันธง ดอกเบี้ยแตะ 2%

2 แบงก์ฟันธง ดอกเบี้ยแตะ 2%

15 กรกฎาคม 2553

มีการประเมินว่าหลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.5% แล้ว

มีการประเมินว่าหลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.5% แล้ว

โดย...ทีมข่าวการเงิน

การประชุม กนง.อีก 3 ครั้งที่เหลือของปี คือวันที่ 25 ส.ค., 20 ต.ค. และ 1 ธ.ค. น่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่อง...

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะปรับขึ้นถึง 2% ในสิ้นปีนี้ แต่ ธปท.อาจไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นทุกครั้ง เนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ยังมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปีได้ ประกอบกับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายน่าจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป

จากประมาณการแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อล่าสุด น่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 3% ในปี 2554 ดังนั้น ธปท.อาจจะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็นราว 3.50% ในปีหน้า เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ที่ปกติจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายเล็กน้อย ปรับเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแท้จริง (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ) เป็นบวก

“สิ่งที่น่าจับตามองคืออัตราดอกเบี้ยเงินฝากแท้จริง ที่ธนาคารกลางในประเทศต่างๆ รวมถึง ธปท.ให้ความสำคัญว่าไม่ควรติดลบเป็นเวลานาน เพราะจะกระทบต่อวินัยการออมของคนในประเทศ เนื่องจากผู้ฝากเงินจะได้รับดอกเบี้ยไม่พอชดเชยกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น” ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุ

สิ่งที่ต้องจับตาคือรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อของ ธปท. วันที่ 23 ก.ค.นี้ จะบ่งบอกถึงมุมมองของ ธปท. ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าอาจมีการปรับประมาณการแนวโน้มเงินเฟ้อลง อันเป็นผลจากการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล (ไฟฟ้าฟรี รถเมล์ฟรี รถไฟชั้น 3 ฟรี) ออกไปถึง ก.พ. 2554 ซึ่งมีผลทำให้แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อลดลง ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อให้อัตราเงินฝากแท้จริงสูงขึ้น น่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ด้านศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย มองว่า แนวทางการดำเนินนโยบายของ กนง. ดังกล่าว เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการดำเนินการของธนาคารกลางแห่งอื่นๆ ในเอเชีย ที่จะต้องรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่กำลังเร่งสูงขึ้น

ขณะที่วัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ในรอบนี้ น่าจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปคืออาจจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วยขนาดที่มาก หากแรงกดดันเงินเฟ้อไม่เร่งตัวนอกเหนือการคาดการณ์

อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในตลาดเงินที่ยังคงสูงถึงประมาณ 1 ล้านล้านบาท อาจส่งผลให้การส่งผ่านนโยบายการเงินของ ธปท.ไปยังภาคเศรษฐกิจจริงต้องใช้เวลา

“เครือธนาคารกสิกรไทย คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับขึ้นสู่ระดับ 2% ภายในสิ้นปี 2553 นี้” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ
นอกจากนี้ ยังอาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ สภาวะการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์ทั้งการขยายตัวของสินเชื่อและการระดมเงินฝาก ซึ่งก็จะมีความเชื่อมโยงไปกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าหลังจากที่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศเพิ่งจะผ่านพ้นไปสำหรับผลกระทบทางการเมืองต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ในวงที่จำกัด

โดยคาดว่า ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว การเร่งผลักดันมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเมืองของภาครัฐ และการขยายตัวสูงของการส่งออก น่าที่จะทำให้อัตราการหดตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2/2553 จะอยู่ในกรอบประมาณ 3.33.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ ความสูญเสียทางการเมืองน่าจะลดระดับลงมาที่ 1.42.8% ของจีดีพี ซึ่งน้อยกว่าประมาณการเดิมที่มองไว้ในกรอบ 1.43.7% ของจีดีพี

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง