posttoday
เล่นของแข็ง

เล่นของแข็ง

22 กันยายน 2558

หลังจากเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนทิศจากพิษวิกฤตการณ์การเงินครั้งล่าสุด อะไรๆ ก็ดูจะกลับหันหัวได้ ฝรั่งจำนวนไม่น้อยกลายเป็นคนยากจน ขณะที่คนเอเชียหัวดำกลายเป็นเศรษฐีกำเงินไปไล่ซื้อกิจการในตะวันตกแทน 

หลังจากเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนทิศจากพิษวิกฤตการณ์การเงินครั้งล่าสุด อะไรๆ ก็ดูจะกลับหันหัวได้ ฝรั่งจำนวนไม่น้อยกลายเป็นคนยากจน ขณะที่คนเอเชียหัวดำกลายเป็นเศรษฐีกำเงินไปไล่ซื้อกิจการในตะวันตกแทน 

ครั้งหนึ่งนักลงทุนไทยเรายังเคยได้ฉายาว่าเป็น “อัศวินขี่ม้าขาว” มาแล้วเสียด้วย งานนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่ของไทย สหวิริยาสตีลอินดัสตรี  (เอสเอสไอ)

ได้เป็นอัศวินม้าขาวเพราะกำเงิน 291 ล้านปอนด์ ไปซื้อโรงงานผลิตเหล็ก ทีไซด์ สตีลเวิร์กส์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโรงงานเรดคาร์ มาจากยักษ์อุตสาหกรรมเหล็กของโลก ทาทา สตีล เมื่อปี 2011 ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของชาวอังกฤษ เพราะดีลใหญ่นี้คุยกันมานานเป็นปีก็ยังหาคนซื้อไม่ได้ รัฐบาลอังกฤษก็กลุ้มใจ ต้องหาวิธีดูแลพนักงานที่ถูกลอยแพในช่วงนั้นถึงกว่า 700 คน ยังไม่รวมคนในละแวกและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับ
ผลกระทบอีก

แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ เรื่องราวกลับเปลี่ยนไปราวกับหนังคนละม้วน เพราะที่สุดแล้ว SSI UK ก็ไปไม่ไหวเหมือนกัน ต้องปิดโรงงานระงับการผลิตชั่วคราว รัฐบาลอังกฤษต้องวิ่งวุ่นถกใหญ่ เพราะครั้งนี้มีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 คน ยังไม่รวมคนงานของอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องและชุมชนในละแวก

ที่สำคัญ โรงงานนี้ถือเป็นโรงงานผลิตเหล็กใหญ่สุดอันดับ 2 ของอังกฤษ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 160 ปี ถึงแม้จะเป็นบริษัทต่างชาติ แต่หากปล่อยให้ล้มจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้อุตสาหกรรมเหล็กของประเทศพบกับการล่มสลายไปด้วย

รายงานของสื่ออังกฤษหลายฉบับ เขาก็วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้เหมือนกันว่า ที่จริงแล้ว อุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษที่เคยรุ่งโรจน์ที่สุดในโลก ได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตมานานแล้ว หากดูตัวเลขคนในภาคอุตสาหกรรมนี้ทั้งหมด จะเห็นว่าจากที่เคยมีคนทั้งหมดกว่า 2 แสนคน ในช่วงยุค 70 ทุกวันนี้เหลือแค่ราว 2 หมื่นคนเท่านั้น

การที่อุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษมาถึงจุดนี้ ก็เพราะมีปัญหารุมเร้าด้วยกันหลายด้าน ทั้งค่าเงินปอนด์ที่แข็งค่า ต้นทุนพลังงานที่สูงลิบ แถมยังเจอภาษีสิ่งแวดล้อมหนัก แต่ที่หนักที่สุด ก็คือ การถูกคู่แข่งอย่าง “เหล็กจีน” เข้ามาดัมพ์ราคาอย่างหนัก จนทุกวันนี้ราคาเหล็กแท่งแบนลดลงฮวบฮาบจาก 500 เหรียญสหรัฐ เหลือประมาณ 280 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

ไม่ได้มีแค่โรงงานของสหวิริยาฯ ที่เจ็บหนัก แม้แต่รายใหญ่อย่าง ทาทา ก็มีข่าวทยอยลดคนงานกันมาต่อเนื่อง ครั้งละหลายร้อยคน เพราะสู้การแข่งขันและต้นทุนสูงไม่ไหว ถึงแม้อุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษจะใหญ่ แต่การปกป้องตัวเองกลับไม่ได้เข้มเหมือนในสหรัฐ หรือในหลายๆ ประเทศ ที่มีกฎหมายต่อต้านการทุ่มตลาด (AD) ออกมาใช้นานแล้ว ส่วนอังกฤษนั้น สหภาพยุโรป (อียู) เพิ่งจะบังคับใช้ AD เมื่อต้นปีนี่เอง

เหล็กที่ว่าแข็ง ยังต้องอ่อนยวบก็คราวนี้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล