
ระวังอารมณ์
การเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค.นี้ นับได้ว่าเป็นโอกาสดีที่สุดของประเทศไทย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้เป็นเวทีในการแสดงวิสัยทัศน์ ทิศทางการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทย ให้ประชาคมโลกได้รับรู้และเข้าใจ หลังได้ทำการรัฐประหาร
การเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค.นี้ นับได้ว่าเป็นโอกาสดีที่สุดของประเทศไทย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้เป็นเวทีในการแสดงวิสัยทัศน์ ทิศทางการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทย ให้ประชาคมโลกได้รับรู้และเข้าใจ หลังได้ทำการรัฐประหาร
เวทีการประชุมดังกล่าวมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นโอกาสครบรอบ 70 ปี การก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ โดยจะมีผู้นำจาก 193 ประเทศสมาชิกเข้าร่วม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าร่วมใน 3 วาระสำคัญ คือ ในวันที่ 25 ก.ย. จะเป็นเวทีการประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวคำปราศรัย 3 นาที เช่นเดียวกับผู้นำคนอื่นๆ และวันที่ 27 ก.ย. จะเข้าร่วมการเสวนาในเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการขจัดความยากจนและความหิวโหย
ไฮไลต์สำคัญ คือ ในวันที่ 29 ก.ย. ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเป็นเวลา 15 นาที เรื่องเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากใน 3 เวทีดังกล่าวนั้น เป็นโอกาสของนายกรัฐมนตรีอย่างแท้จริง ในการจะชี้แจง สร้างความเข้าใจให้บรรดาผู้นำชาติต่างๆ ได้คลายข้อสงสัยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับโรดแมปการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการเจรจากับผู้นำประเทศต่างๆ เพื่อความร่วมมือทั้งทางด้านการค้าการลงทุน ที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการส่งออก อยู่ในขณะนี้
ขณะเดียวกัน ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในเรื่องการค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ โดยเรียกร้องให้นานาชาติเข้ามาร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา และทั้งหมดนี้หากทำได้สำเร็จ จะนำพาประเทศไทยให้ยืนตระหง่านในเวทีโลกต่อไป
ทั้งนี้ คนไทยทุกคนต้องช่วยกันสนับสนุนในการไปทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ เพราะเป็นการไปในฐานะผู้นำประเทศ แม้มีบางฝ่ายบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ที่ผ่านมา แต่เมื่อไปในนามนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และมีการประกาศโรดแมปการเลือกตั้งชัดแล้ว ก็ควรใช้ดุลพินิจในการเคลื่อนไหวแสดงออกคัดค้านให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการทำประเทศไทยให้ติดหล่มไปอีกนาน
ดังนั้น จึงต้องช่วยกันรักษาหน้าตาของประเทศ โดยไม่ไปเรียกร้อง ขัดขวางการไปร่วมประชุมของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ซึ่งจะต้องแสดงท่าทีไม่ให้เหมือนกับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ มักแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่เมื่อไม่พอใจในคำถาม
ท่าทีตรงนี้สำคัญ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ระวังและควบคุมไม่ได้ จะกลายเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อทันที และส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งยากจะแก้ในอนาคต







