
ร่างรธน.เวอร์ชั่นใหม่ ‘อย่าไล่ล่านักการเมือง’
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดสัมมนา ในหัวข้อ “การพัฒนาการเมือง เพื่อความยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตยไทย” โดยมี สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตเลขาธิการอาเซียน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และ กล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช. ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญในฉบับที่กำลังจะร่างเป็นฉบับที่ 21 ของ 83 ปีประชาธิปไตยไทย บนเส้นทางประชาธิปไตย เราลองผิดลองถูกใช้เวลานาน ถ้าเปรียบก็คือบุคคลที่เข้าสู่วัยชรา เราเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่ทำลายสถิติปฏิวัติรัฐประหารมากที่สุด คงโทษส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ ต้องมององค์รวมว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตยไทย เราอยู่บนสมมติฐานที่ว่านักการเมือง พรรค
การเมืองไม่ดี จึงต้องตัดปัญหาวงจรอุบาทว์ของปัญหาด้วยวิธีการพิเศษมาตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีนี้ไม่ใช่ทางออกของปัญหา
“การแก้ปัญหาไม่ให้นักการเมือง ทุจริต ไม่โกงกิน ซื้อเสียงด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร หรือการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ไม่ได้ จะเห็นว่า 83 ปีที่ผ่านมาเราแก้ไม่ได้ วันนี้รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ อย่าตั้งโจทย์ว่าพรรคการเมือง นักการเมืองเลวต้องกำจัด ถ้าเรายังตั้งโจทย์แบบนี้ ปัญหาก็จะวนอยู่อย่างเดิม แต่ถ้าเราเปลี่ยนและพยายามเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วเปลี่ยนจากคำว่ากำจัดเป็นพัฒนา และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ และการร่างรัฐธรรมนูญอย่าเอาแค่ความคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน แล้วเขียนรัฐธรรมนูญว่าต้องกำจัดสิ่งเลวร้ายทางการเมือง เพราะถ้าหากยังคิดแบบนั้นจะหนีไม่พ้นวงจรเดิม”
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญทุกพรรคการเมืองในขณะนี้ควรใช้โอกาสที่ถูกเว้นวรรคทางการเมืองมาทบทวนบทบาทตัวเองที่ผ่านมา เพื่อวางแผนพัฒนาการเมือง และนโยบายของพรรคการเมืองต่อไป ควรจะเป็นนโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งไม่ว่าจะเรียกว่าประชานิยม หรือประชารัฐ ก็ขอให้ถูกใจประชาชนก็พอ
“นักการเมืองที่ดีต้องรักษาประชาธิปไตยได้ ให้ใช้ตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี เราเปลี่ยนวิธีการเขียนรัฐธรรมนูญจาก กรธ. 21 คนได้ ด้วยการขอให้ฟังเสียงจากภาคประชาชน ซึ่งจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เป็นรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ยอมรับได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
ด้าน สุรินทร์ กล่าวว่า ได้คำถามจากต่างประเทศบ่อยครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่ตอบได้ว่าประเทศไทยกำลังหาจุดสมดุลใหม่ให้กับตัวเอง นอกจากนี้พรรคการเมืองต้องไม่ใช่พรรคชั่วครู่ชั่วยามเพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่พรรคข้ามคืน แต่ต้องเป็นพรรคที่อยู่บนพื้นฐานทางออกของประชาธิปไตย รวมถึงพรรคการเมืองจะต้องไม่เป็นพาหนะพิเศษเพื่อการลงทุน ไม่จัดตั้งขึ้นเพื่อฉกฉวยโอกาสเฉพาะหน้า แต่ต้องจัดตั้งขึ้นเพื่ออุดมการณ์
“หากเรามีพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ชัดเจน มีวิธีมองปัญหา วิธีวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการประชาธิปไตยจะชัดเจนและยั่งยืน ดังนั้นพรรคการเมืองจะต้องไม่ตั้งขึ้นมาเพื่อธุรกิจพิเศษเฉพาะหน้า เพื่อการต่อรองขอเก้าอี้ เราจะกำหนดได้หรือไม่ในกฎหมาย ว่าจะต้องไม่มีการควบรวมยุบพรรคหลังการเลือกตั้ง เพราะการทำแบบนี้คือการหาเสียงข้างมาก ที่เป็นเหมือนใบอนุญาตไปทำอะไรก็ได้ ดังนั้นอย่าให้คะแนนเสียงของประชาชนเป็นสินค้า อย่าให้การเลือกตั้งเป็นการตลาด กรอบกฎหมายใหม่ต้องป้องกันสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น” สุรินทร์ กล่าว
ขณะที่ กล้านรงค์ ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่บ้านเมืองเราต้องเดินไปสู่จุดปฏิรูป และเปลี่ยนแปลง เรายึดระบบอุปถัมภ์มากกว่าคุณธรรม ทำให้คนมีอุดมการณ์เข้ามาทำงานได้ยาก เพราะเรายึดคนมีอำนาจ คนมีเงินมากกว่า จึงเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น การปฏิรูปนั้นไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล แต่หัวใจของการปฏิรูปอยู่ที่ประชาชน เราต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการบริหารประเทศ ไม่ใช่หน้าที่หรือเป็นเรื่องของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของประชาชน รัฐบาลเป็นเพียงกลไกที่ขับเคลื่อนไปสู่จุดที่ประชาชนต้องการ ทั้งหมดนี้ความสำคัญจะอยู่ที่พรรคการเมือง
“เช่นเดียวกับปัญหาการคอร์รัปชั่นที่ไม่ได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามทุจริต แต่ต้องมีการตื่นตัวของประชาชน ซึ่งจะต้องทำให้คนในสังคมเข้าใจว่าการบริหารประเทศไม่ได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่เป็นเพียงแค่กลไกขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดหมายที่ประชาชนต้องการ ทั้งหมดที่ตนกล่าวมานั้น ความสำคัญก็จะตกไปสู่พรรคการเมือง ซึ่งเราจะต้องคิดหาทางพัฒนาพรรคการเมือง เพื่อความยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตย” กล้านรงค์ ทิ้งท้าย







