
ลุ้นกันต่อ
โดย....ธนพล ไชยภาษี
โดย....ธนพล ไชยภาษี
การตอบสนองของตลาดทุนในวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่แล้วต่อการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไว้ที่ 0-0.25% นั้นปรากฏออกมาในทิศทางลบอย่างรุนแรงครับ ดาวโจนส์ปิดตลาดส่งท้ายสัปดาห์ไปด้วยการติดลบถึง 290.16 จุด หรือ -1.74% ไปปิดที่ 16,384.58 จุด
การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐนั้นหมายความว่าอะไรบ้าง ประเด็นหลักๆ ก็คือได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐเอง ประกอบกับความวิตกกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศ รวมไปถึงตลาดหุ้นของสหรัฐเองที่ในระยะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังไม่แกร่งพอที่จะต้านกับแรงเสียดทานของความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นต่างประเทศได้นัก
การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ในครั้งนี้นั้นยังได้สะท้อนถึงความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจภายในของสหรัฐอีกด้วย โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก
แม้ว่าในขณะนี้ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐจะแข็งแกร่งขึ้น โดยขณะนี้อยู่ที่ 5.1% เฟดคาดว่าปลายปีนี้ตัวเลขของอัตราการว่างงานของสหรัฐน่าจะปรับลงไปอยู่ที่ 5%
แต่ทว่าจากข้อมูลล่าสุดที่รายงานโดยซีเอ็นเอ็นนั้นน่าสนใจมากครับ รายงานระบุว่ากลุ่มคนสหรัฐที่ได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะดีอยู่แล้ว ส่วนคนที่มีฐานะปานกลางไปถึงต่ำนั้นกลับไม่ได้มีรายได้เพิ่มแต่อย่างใด
นั่นหมายความว่า แม้ว่าสหรัฐจะมีคนตกงานลดลงแต่ทว่าไม่ได้หมายความว่ากำลังซื้อของชาวสหรัฐจะกลับมาเฟื่องฟูเหมือนกับช่วงก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2008
ดังนั้น ปัญหาที่สะท้อนออกมาจึงเห็นได้จากตัวเลขราคาเงินเฟ้อที่กำลังกลายเป็นความวิตกกังวลมากที่สุดของเฟดในขณะนี้ โดยขณะที่เฟดตั้งเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 2% แต่ทว่าตัวเลขเงินเฟ้อขณะนี้อยู่ที่ราว 1.1-1.3% เท่านั้น
นอกจากนั้นเฟดยังเห็นความเสี่ยงจากความเปราะบางของเศรษฐกิจในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐเองก็ไม่แน่ว่าจะรับมือกับวิกฤตโลกครั้งใหม่ได้หรือไม่เช่นกัน
ขณะเดียวกันนั้นการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้น จะส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อไปในตลาด จะเกิดการคาดการณ์ต่อไป สถานการณ์จะยังคงเป็นสีเทาต่อไป และจะส่งผลให้การกำหนดทิศทางนโยบายการลงทุนต่างๆ จะยังไม่ชัดเจน
และที่สำคัญความไม่แน่นอนว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ จะทำให้เกิดกระแสทุนไหลออกจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนาเรื่อยๆ ต่อไปครับ







