posttoday
ถึงเวลาปรับ นโยบายการเงิน

ถึงเวลาปรับ นโยบายการเงิน

21 กันยายน 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับบริบทใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่เกิดจากภายในประเทศและจากการเปลี่ยนแปลงการค้าโลก

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเสมือนเป็นความปกติ จึงเกิดการบัญญัติคำใหม่ขึ้นมาว่า New Normal คือปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องทั่วไปไม่มีอะไรที่ต้องตื่นตระหนก

แต่การเปลี่ยนแปลงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะทำให้ต้องมีการปรับตัวของผู้ดูแลนโยบายการเงิน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ดำเนินนโยบายการคลัง คือ กระทรวงการคลัง ที่จะต้องนำเอาบริบทใหม่นี้เข้าไปพิจารณาในการกำหนดนโยบายด้วย

นักวิชาการของ ธปท. เสนองานวิจัย พลวัตของเงินเฟ้อไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ในงานสัมมนาวิชาการของ ธปท.ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยกำลังเปลี่ยนแปลงจากการที่อิงอยู่กับการค้าโลก เป็นเปลี่ยนไปอิงกับราคาน้ำมันเป็นหลัก

เหตุผลประกอบการนำเสนอว่า อัตราเงินเฟ้อไทยกำลังเปลี่ยนไปเช่นนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เงินเฟ้อของไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยในประเทศน้อยลง ตั้งแต่ปี 2543 เพราะกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนของโลกอย่างเสรี และการถ่ายเทเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการผลิตของโลกลดลง

เมื่อมีการลงทุนผลิตแข่งขันกันส่งออก ทำให้ระดับราคาไม่สูงขึ้นตามปริมาณการผลิต (Supply) ยิ่งมีการแข่งขันมากเท่าไหร่ ก็ทำให้ราคาสินค้าไม่อาจปรับสูงขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีจีนเข้ามาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ การที่ได้เปรียบในด้านค่าจ้างแรงงานที่ถูก ทำให้เป็นแรงต้านต่อราคาสินค้าไม่ให้ปรับขึ้น

แต่เมื่อปี 2550 เป็นต้นมา หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก อันเกิดจากฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐแตก ทำให้การค้าโลกชะลอตัวลงเรื่อยๆ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเงินเฟ้อของโลกจึงเปลี่ยนจากการค้ามาเป็นราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อโลกเคลื่อนไหวไปกับราคาน้ำมัน ยิ่งประเทศที่บริโภคน้ำมันเยอะ เงินเฟ้อประเทศนั้นก็จะยิ่งอิงกับราคาน้ำมันมากตามไปด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ธรรมดา ยังทำให้สูตรการดูแลเงินเฟ้อของ ธปท.เพี้ยนไปจากเดิมที่ ธปท.จะดูแลปริมาณเงินเป็นหลัก และกระทรวงพาณิชย์จะดูแลระดับราคาสินค้า หากปริมาณเงินในระบบเยอะ ธปท.ก็จะดูดเงินออกจากระบบผ่านการออกพันธบัตร แต่ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบมีมาก แต่เกิดการฝืดเคืองในระดับครัวเรือน ทำให้ปริมาณเงินวัดสภาพคล่องของระบบการเงินได้ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม

การดำเนินนโยบายของรัฐบาลในอดีต หากต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวมากมายแค่ไหน ก็จะควบคุมด้วยการให้ธนาคารพาณิชย์ส่งแผนการขยายตัวของสินเชื่อมาให้ แต่ปัจจุบันการควบคุมให้เศรษฐกิจขยายตัวผ่านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ใช้ไม่ได้อีกแล้ว จากกระแสการเงินเสรี

ปัจจุบันตลาดเงินและตลาดทุนโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก บริษัทเอกชนขนาดใหญ่สามารถที่จะกู้เงินโดยตรงจากเจ้าหนี้ผ่านการออกหุ้นกู้ หรือการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารพาณิชย์อีกต่อไป ธนาคารมีบทบาทแค่เป็นตัวกลางในการดำเนินการให้ และมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการจัดการ แทนที่จะได้รายได้จากดอกเบี้ย

ฉะนั้นการวัดภาวะเศรษฐกิจจากสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จึงแม่นยำแค่เพียงส่วนเดียวเท่านั้น แถมการที่ไทยเปิดเสรีการเงินตามแผนแม่บท ให้สถาบันการเงินต่างชาติซื้อหุ้นของธนาคารพาณิชย์ได้ 100% ทำให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นไทยแท้มีแค่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเท่านั้น การร้องขอให้ธนาคารพาณิชย์ให้ความร่วมมือกับรัฐในการดำเนินนโยบายต่างๆ ก็ยากขึ้น ไม่ง่ายเหมือนในอดีต

ดังนั้น นอกจาก ธปท.จะวัดภาวะเศรษฐกิจจากสินเชื่อไม่ได้แล้ว ยังทำให้การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยไม่ง่าย เพราะแม้ ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารพาณิชย์ไปถึงลูกค้าได้ช้า หรือหลายๆ ครั้งที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ได้ลดดอกเบี้ยตาม

เรื่องนี้อาจจะก่อให้เกิดปัญหาระหว่าง ธปท.กับธนาคารพาณิชย์ในอนาคตได้ หากสังคมไทยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงอายุ จะทำให้มีคนกลุ่มใหญ่ที่ยังชีพด้วยดอกเบี้ย อาจจะไม่พอกินหากผลตอบแทนจากการออมต่ำจนเกินไป

ดังนั้น New Normal การเปลี่ยนแปลงธรรมดาที่เริ่มจะไม่ธรรมดา จะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. ที่ปัจจุบันได้ใช้นโยบายตามกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) อาจจะล้าสมัย หรือตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้

การดำเนินนโยบายการเงินจะเผชิญกับความท้าทายยิ่งขึ้น ในการทำหน้าที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจและยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว และยิ่งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและยังเกิดแรงดึงแรงต้านกันอยู่ จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากยิ่งขึ้น การดำเนินนโยบายการเงินก็จะยากตามไปด้วย

ในอนาคตอาจจะเห็นการดำเนินนโยบายการเงินใหม่ ที่จะไม่ใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นตัวกำหนดเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท