posttoday
ผวาเงินล้านพ่นพิษ

ผวาเงินล้านพ่นพิษ

21 กันยายน 2558

แกนนำกองทุนหมู่บ้านหวั่นคนฐานรากติดหนี้เงินล้านหมู่บ้านพอกพูน เพราะไม่มีวินัยการใช้จ่าย

แกนนำกองทุนหมู่บ้านหวั่นคนฐานรากติดหนี้เงินล้านหมู่บ้านพอกพูน เพราะไม่มีวินัยการใช้จ่าย

บรรดาแกนนำกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศต่างรู้สึกกังวลสมาชิกติดหนี้เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลได้อัดฉีดเม็ดเงินผ่านกองทุนหมู่บ้านและตำบลละ 5 ล้านบาท ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

พ.ท.ยุทธศักดิ์ ประสงค์ ประธานกองทุนหมู่บ้านโพนสูง หมู่ 4 ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการนี้ส่งผลดีต่อชาวฐานรากอย่างแน่นอนเพราะสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ แต่หากมองในแง่ลบอาจจะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนิสัยชาวไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีระเบียบวินัยการใช้จ่าย

“เมื่อโครงการนี้ปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี ประชาชนก็จะแห่มากู้ยืมกันเป็นจำนวนมากเพื่อไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ เช่น ไปซื้อรถจักรยานยนต์ ซื้อโทรศัพท์มือถือ ซื้อของใช้ภายในบ้าน และบางคนก็จะนำไปโปะหนี้นอกระบบ ซึ่งจะทำให้เกิดหนี้เสียตามมาภายหลังได้ รัฐบาลควรส่งหน่วยงานลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนใช้เงินอย่างมีประโยชน์ที่สุด” พ.ท.ยุทธศักดิ์ กล่าว

นายธวัชชัย เอี่ยมจิตร แกนนำชาวนา จ.ชัยนาท กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร เพราะส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจกับกองทุนที่ว่าและอาจจะมีการกู้ไปใช้จ่ายไม่เกิดประโยชน์ หรือนำไปใช้หนี้เดิม ซึ่งก็จะกลับไปอยู่ในวังวนเดิม คือกู้หนี้ใหม่ใช้หนี้เก่า

ทั้งนี้ รัฐบาลควรต้องเสริมความรู้และสร้างอาชีพให้เกษตรกรที่ยื่นกู้ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเงินกู้อย่างแท้จริง เพราะหากปล่อยโดยไม่มีมาตรการควบคุมก็เท่ากับส่งเสริมให้ชาวนาเป็นหนี้เพิ่ม แต่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้สินได้

นายนิพนธ์ ศึกษากิจ ชาวนา ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านตำบลละ 5 ล้านบาท ในรูปแบบใหม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการให้โอกาสเกษตรกรกำลังเดือดร้อนหนักเนื่องจากขาดรายได้ นอกจากนี้เกษตรกรจะได้นำเงินไปทำทุนประกอบอาชีพ ส่วนปัญหาว่าใครจะเอาไปทำอะไรนั้น คิดว่าเกษตรกรแต่ละคนล้วนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วคงจะมีวิธีบริหารเงินที่กู้ยืมมาได้

นายปรีดา มนตรี ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.พัทลุง และภาคใต้ กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเงินทุนมีรายได้เพิ่มขึ้นหากนำไปต่อยอดทำธุรกิจให้ได้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่หากกู้เงินมาไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ก็จะยิ่งทำให้เกษตรกรติดหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก

“เมื่อเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนแล้วแต่ไม่มีการวางแผนว่าจะนำเงินกู้มาทำอะไรก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งช่วงนี้จะไปลงทุนด้านการเกษตรก็ไม่ได้เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้น การแก้ปัญหาให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบยั่งยืนรัฐบาลต้องทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรขยับสูงขึ้น จึงจะทำให้เศรษฐกิจคึกคักเพราะกลุ่มคนฐานรากมีกำลังซื้อ” นายปรีดา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท