
"สุรชัย" คาดสัปดาห์หน้าชื่อสนช.ร่วมกรรมการร่างฯชัด
รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติระบุสัปดาห์หน้าชื่อ สนช. ร่วมกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีความชัดเจน
รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติระบุสัปดาห์หน้าชื่อ สนช. ร่วมกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีความชัดเจน
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขณะนี้ยังไม่ความชัดเจนในเรื่องที่สนช.จะไปเป็นกรธ. คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ก็ได้ให้ทุกคนช่วยกันเสนอชื่อ ช่วยกันดูคนที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย
"เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาจากยูเอ็นจะดูภาพสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง คิดว่าในสัปดาห์นี้ทุกคนจะได้ช่วยกันเสนอรายชื่อ ขณะนี้มีหลายคนเสนอตัวที่จะเข้าเป็นกรธ.ผ่านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 ซึ่งจะมีการพูดคุยในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิปสนช. ในวันที่ 22 ก.ย. นี้"นายสุรชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าคนที่จะเป็นกระธ.จะเป็นใครก็ได้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ พร้อมที่จะเสียสละเวลาให้กับบ้านเมือง โดยตลอดเวลาในการยกร่าง 180 วัน จะเป็นเก่าหรือคนใหม่ก็ได้
ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีต้องการให้ลดเวลาโรดแมปในส่วนของสนช.ที่มีการร่างกฎหมายลูกจะเป็นไปได้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า สนช.จะพยายามทำให้เร็วขึ้น แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อไหร่ และส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้สนช.ได้เมื่อไหร่
"ยืนยันว่าเมื่อมาถึงสนช.จะไม่ช้าแน่นอน เพราะมีกรอบเวลาบังคับไว้อยู่แล้ว วันนี้ (20ก.ย.) ยังมีคนพูดว่าระหว่างรอ สนช.จะสามารรถยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเตรียมไว้ก่อน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าทำได้แค่ระดับหนึ่ง แต่ขอให้รอหลักการในร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จก่อนถึงจะมีการเขียนกฎหมายลูกได้ แต่อาจเขียนภาพกว้างๆรอไว้ได้"นายสุรชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะต้องไม่ขัดกับตัวแม่คือรัฐธรรมนูญที่เสร็จแล้ว แต่สนช.คงไม่มีทีมพิเศาษที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะเนื่องจากมีคณะกรรมการหลายชุดอยู่แล้ว ทั้งนี้จะเร่นเวลาได้หรือไม่ยังประเมินไม่ได้ แต่แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกด้วยทำให้เร็วกว่า 6 เดือนได้
ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช.กล่าวถึงสัดส่วนกรธ.ในสนช.ว่า ยังไม่มีใครมาทาบทาม แต่หากตนจะไปเป็นกรธ.ก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขโดยต้องดูว่าการร่างรัฐธรรมนูญมีเป้าหมายอะไร เพื่อแก้วิฤตสถานการณ์ของบ้านเมืองหรือร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
ทั้งนี้ หากเป้าหมายต้องการร่างให้เป็นประชาธิปไตยตนก็ไม่รับ เพราะตนมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันการร่างรัฐธรรมนูญต้องแก้วิกฤตของชาติ อีกทั้งก็ต้องดูว่าคนที่จะมาเป็นประธานกรธ.จะมีความคิดไปด้วยกันได้หรือไม่ ไม่ใช่พอเข้ามาทำงานแล้วเกิดความขัดแย้งกันเอง เพราะขณะนี้ไม่มีเวลาที่จะมาขัดแย้งกันเองแล้ว ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาของชาติและปฏิรูปประเทศ







