posttoday
พุทธพม่ารำขวาน

พุทธพม่ารำขวาน

20 กันยายน 2558

มีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าติดตามเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในเดือน พ.ย.นี้

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

มีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าติดตามเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในเดือน พ.ย.นี้ แต่แล้วบรรยากาศการเลือกตั้งกลับอึมครึม เมื่อรัฐบาลผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งที่ส่อเค้าสร้างความวุ่นวายโกลาหลทางเชื้อชาติและศาสนา นั่นคือกฎหมายปกป้องเชื้อชาติและศาสนา (Race and Religion Protection Laws) ซึ่งห้ามคนต่างศาสนาแต่งงานกันง่ายๆ ห้ามมีสามีภรรยาเกินกว่า 1 คน สกัดนักการเมืองที่มิใช่ชาวพุทธ และมาตรการอื่นๆ ที่กีดกันศาสนาอื่นอย่างมาก

ทั้งหมดนี้มีเหตุผลเพื่อปกป้องศาสนาพุทธ

เมียนมาเป็นประเทศที่ทำให้ “พุทโธเลี่ยน” ในบ้านเราเป็นแค่การตีฝีปาก เพราะที่นั่นผูกติดความเชื่อเข้ากับชาตินิยม โยงอัตลักษณ์ความเป็นเมียนมากับพุทธ การทำลายพุทธจึงเท่ากับทำลายชาติและความเป็นเมียนมา โทษทัณฑ์ของการล่วงล้ำศาสนาจึงรุนแรง และปฏิกิริยาตอบโต้คนต่างศาสนาจึงดุเดือดถึงขั้นเอาชีวิตกัน

ความรุนแรงนี้เริ่มต้นตั้งแต่ยุคอาณานิคม ครั้งอังกฤษถอดพระเจ้าสีป่อจากบัลลังก์แล้ว เมียนมาไม่เหลือสถาบันอื่นไว้เป็นเสาหลักของแผ่นดิน มีก็แต่พระศาสนา จึงหวงแหนพุทธศาสน์มาก บำรุงทุกวิถีทางราวกับแก้วตาดวงใจ ชาวเมียนมาจึง “เคร่ง” กว่าคนไทยมาก ไหว้พระกันทั้งวัน งานปริยัติรุ่งเรือง การเผยแพร่มั่นคง ความที่เป็นสถาบันหลักอย่างเดียวที่เหลืออยู่ จึงถูกใช้เป็นธงนำของการขัดขืนผู้รุกรานไปโดยปริยาย

ขบวนการเรียกร้องเอกราชรุ่นแรกๆ ล้วนแต่เป็นกลุ่มชาวพุทธ เช่น กลุ่มของซายา ซาน (ที่ถูกเรียกเป็นขบถ) ซึ่งตั้งตนเป็นธรรมิกราชต้านฝรั่งมิจฉาทิฐิ หรือกุลบุตรพุทธิกสมาคม (Young Men’s Buddhist Associations หรือ YMBA) ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโต้ “นายฝรั่ง” ที่ไม่ยอมถอดรองเท้าเข้าวัดเสียที (เมียนมาถือเรื่องนี้มาก ขณะที่ไทยเรา รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระสังฆราชยุคนั้น ยืดหยุ่นกับฝรั่ง โดยทรงให้ใส่รองเท้าเข้าวัดได้อนุโลมตาม “อารยประเทศ”)

เพราะรองเท้าตัวเดียวทำให้เมียนมาต่อต้านอังกฤษอย่างหนักหน่วง อังกฤษก็อติมานะสูงส่งไม่ยอมลงให้ใคร เมียนมาจึงกลายเป็นอาณานิคมที่มีการลุกฮือชุกชุมที่สุดแห่งหนึ่ง

นอกจากอังกฤษแล้วที่ถูกต่อต้านหนักคือ มุสลิม/ฮินดูจากอินเดีย-เบงกอล ที่เข้ามาทำงานเป็นลูกมือนายฝรั่งบ้าง เป็นพ่อค้าบ้าง ในยุคนั้นมุสลิมที่ถูกอพยพเข้ามามีสถานะเป็นรองจากนายฝรั่ง ทั้งยังคุมเศรษฐกิจ และมีการขยายครอบครัวอย่างรวดเร็ว คนเมียนมามองเห็นเป็นภัยคุกคาม คนเหล่านี้จึงถูกชิงชังไม่น้อย เมื่อคนเมียนมามองคนนอกเหล่านี้เป็นศัตรูของแผ่นดิน ก็ซึ่งหมายถึงศัตรูของศาสนาไปด้วย การสังหารหมู่มุสลิมมิใช่เพิ่งจะมีขึ้น แต่มีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ไม่เคยหยุดหย่อน กระทั่งบัดนี้

เมื่อได้เอกราช สิ่งแรกๆ ที่เมียนมาฟื้นฟูคือศาสนา ตอนแรกนายพลอองซานจะให้เมียนมาเป็นรัฐโลกวิสัยไร้อิทธิพลศาสนา แต่มาถูกสังหารเสียก่อน เมื่ออูนุขึ้นมา ก็ประกาศให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกต่อต้านอย่างหนัก แต่ครั้นทหารยึดอำนาจทุกการต่อต้านถูกเหยียบไว้ใต้ท็อปบู๊ต ทหารนั้นปากก็บอกว่าไม่นิยมศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เชิดชูศาสนาพุทธมาก ถ้อยคำโฆษณาชวนเชื่อล้วนแต่เป็นศัพท์แสงทางศาสนา ที่สำคัญทหารมักใช้ศาสนามาเป็นกลเกมการเมืองบ่อยครั้ง

ปัจจุบันเมียนมาบอกกับชาวโลกว่าเปิดประเทศแล้ว พร้อมสมาทานเสรีประชาธิปไตยแล้ว แต่ในความเป็นจริงทหารยังเป็นใหญ่ ซ่อนตัวราวกับเงาอยู่เบื้องหลัง โดยมีกลุ่มชาวพุทธผู้มี “ศรัทธาแก่กล้า”
เป็นแรงหนุนอยู่ด้านหน้า

พุทธเมียนมาจึงออกหมัดออกมวย รำขวานใส่ศาสนิกอื่นไม่หยุดหย่อน ฉะนี้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง