
อำนาจพิเศษ คปป.
ผู้คนพูดกันหนาหูว่า เมื่อตอนมีการนำเสนอเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)
โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก
ผู้คนพูดกันหนาหูว่า เมื่อตอนมีการนำเสนอเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้น เรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่หลักของ คปป.นั้น ไม่ใคร่จะเป็นปัญหาที่คาใจพวกเขาสักเท่าใดนัก แต่จะว่าลงใจกับ คปป.ในอำนาจหน้าที่หลักก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าไม่ได้เห็นว่าเป็นปัญหาหนาหนักอันใด หากแต่สิ่งที่ไม่สามารถลงใจได้และเห็นเป็นปัญหาคาใจอย่างหนัก คือ องค์ประกอบหลัก และที่สาหัส คือ อำนาจหน้าที่พิเศษ
องค์ประกอบของ คปป.นั้น ประกอบด้วย ประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการจำนวนไม่เกิน 22 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้
1.กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ซึ่งเลือกกันเองในแต่ละประเภท ประเภทละ 1 คน และ
3.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 11 คน ซึ่งแต่งตั้งตามมติรัฐสภา จากผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ และการสร้างความปรองดอง
ในบรรดาองค์ประกอบทั้ง 3 ลักษณะ ที่ผู้คนเห็นว่าเป็นองค์ประกอบหลักและน่าหนักใจ คือ องค์ประกอบในลักษณะแรก ส่วนอำนาจพิเศษที่ว่า คือ ภายใน 5 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ถ้ามีความจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นเอกราชของชาติ บูรณาภาพแห่งดินแดน หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือมีกรณีที่เกิดความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร
ทั้งการดำเนินการตามปกติของสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีไม่อาจดำเนินการเพื่อยุติกรณีดังกล่าวได้ คปป.ซึ่งมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มีอำนาจใช้มาตรการที่จำเป็นสำหรับจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวแทนได้ ภายหลังจากที่ได้มีการปรึกษาหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุดแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
เมื่อได้ดำเนินการเช่นว่าไปนั้น ประธาน คปป.โดยความเห็นชอบของ คปป.มีอำนาจสั่งการ ระงับ ยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติหรือในทางบริหาร และให้ถือว่าคำสั่ง การกระทำ และการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง การกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเป็นที่สุด ทั้งนี้ เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้วให้ คปป. รายงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด ทราบโดยเร็ว และแถลงให้ประชาชนทราบถึงการใช้มาตรการดังกล่าว
กรณีที่ต้องมีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ให้ประธาน คปป.เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ







