
3 ขวบเขย่าโลก
โดย...อรุณ จิรชวาลา
โดย...อรุณ จิรชวาลา
ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่มีใครสนใจเด็กวัย 3 ขวบ ที่มากับพ่อแม่ผู้ลี้ภัย แต่ในความตายกลับจุดประกายความสะเทือนใจเข้าไปถึงแก่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวยุโรป
เด็กคนนั้นเป็นเด็กชายชาวซีเรียที่จมน้ำตายพร้อมกับพี่ชายและแม่เมื่อเรือลำเล็กที่บรรทุกผู้ลี้ภัยกว่า 20 คน อับปางลงนอกชายฝั่งตุรกี พ่อของเด็กที่อยู่ในเรือลำเดียวกันรอดตาย
ศพของเด็กลอยขึ้นมาติดชายหาดในสภาพนอนคว่ำหน้า หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตุรกีนำผ้าขาวมาห่อและอุ้มไว้ในอ้อมแขน ภาพเหล่านี้ถูกแชร์ไปทั่วโซเชียลมีเดียและมีผู้ขนานนามให้ว่ามนุษยธรรมบนชายหาด
ภายใน 24 ชั่วโมง ยอดเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในบางประเทศพุ่งกระฉูดสูงกว่าอัตราปกติกว่าสิบเท่า ชาวยุโรปจำนวนมากเพิ่งรู้ตัวว่าปัญหาในตะวันออกกลางอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และตำหนิรัฐบาลของตัวเองและของประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ช่วยกันเยียวยาแก้ไขเท่าที่ควร
ภายในไม่กี่วันหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ก็ประกาศเปิดประตูเยอรมนีต้อนรับผู้ลี้ภัยโดยไม่ต้องตรวจสอบหลักฐานและเอกสารล่วงหน้า โดยมีออสเตรียให้ความร่วมมือในฐานะประเทศทางผ่านอย่างเต็มที่
ภาพที่เราเห็นในช่วงแรก คือ กลุ่มผู้ลี้ภัยหลายพันคนข้ามชายแดนฮังการีเข้าไปในออสเตรียและขึ้นรถไฟจากกรุงเวียนนาไปเมืองมิวนิกทางตอนใต้ของเยอรมนี มีชาวเยอรมันจำนวนมากไปรอต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพียบพร้อมด้วยอาหาร ช่อดอกไม้ และของเล่นเด็ก
นโยบายต้อนรับผู้ลี้ภัยของเยอรมนีแต่เดิมก็ค่อนข้างเปิดกว้างอยู่แล้วเมื่อเปรียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป กล่าวคือ ช่วงต้นปีประมาณไว้ว่าปีนี้ทั้งปีจะรับผู้ลี้ภัยประมาณ 3 แสนคน แต่ 8 เดือนแรกก็รับเข้าไปแล้ว
กว่า 4 แสนคน เมื่อนโยบายเปิดกว้างมากขึ้นจึงมีการปรับตัวเลขทั้งปีเพิ่มเป็น 8 แสนคน นอกจากนี้ยังคาดว่าปีต่อๆ ไปจะรับเพิ่มได้อีกปีละประมาณ 5 แสนคน
กล่าวกันว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนเยอรมันส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าผู้ลี้ภัยเป็นภาระเพราะเศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อัตราการว่างงานต่ำ ผู้ลี้ภัยจะช่วยป้อนแรงงานให้กับตลาดที่ขาดแคลน แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังไม่มีทักษะที่ตลาดต้องการก็ตาม
รัฐบาลเยอรมนีไม่เพียงอ้าแขนรับผู้ลี้ภัยเท่านั้น ยังประกาศจะจัดสรรงบประมาณพิเศษ 6,000 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอีกด้วย
ข่าวสารแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว คลื่นผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลเริ่มไหลบ่าผ่านตุรกี กรีซ เซอร์เบีย ฮังการี และออสเตรียมุ่งหน้าสู่เยอรมนี ในวันเสาร์ที่เพิ่งจะผ่านมาวันเดียว มีผู้ลี้ภัยเดินทางมาถึงเมืองมิวนิกทางรถไฟกว่า 1.3 หมื่นคน ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการที่ทางการเยอรมนีแบกรับไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องต่างๆ
วันต่อมารัฐบาลเยอรมนีต้องประกาศปิดพรมแดนเป็นการชั่วคราว ทำให้มีผู้ลี้ภัยตกค้างในออสเตรียมากขึ้น ผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องนอนค้างอยู่ในสถานีรถไฟในเวียนนาและมีภาพการทิ้งขยะเกลื่อนกลาด ในขณะเดียวกันในฮังการีกองกำลังเจ้าหน้าที่ก็พยายามปิดกั้นพรมแดนติดต่อกับเซอร์เบียป้องกันการทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัย
ในระหว่างนี้เยอรมนีกับออสเตรียเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ ในประชาคมยุโรปช่วยกันแบกรับภาระผู้ลี้ภัย โดยมีข้อเสนอหนึ่งที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา คือ การจัดสรรภาระให้ประเทศสมาชิกตามขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งการบังคับด้วยระบบโควตาเช่นนี้หลายประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออกแสดงอาการชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย
ก่อนหน้านี้ ฮังการีถูกตำหนิว่าปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยเหมือนไม่ใช่มนุษย์ มีคลิปที่แชร์กันว่อนเป็นภาพเจ้าหน้าที่ในฮังการีโยนอาหารให้กลุ่มผู้ลี้ภัยเหมือนโยนอาหารให้สัตว์ในกรงขัง แต่ที่ทำให้รัฐบาลฮังการีถึงกับต้องเรียกตัวทูตออสเตรียไปยื่นคำประท้วง คือ คำกล่าวหาของผู้นำออสเตรียที่บอกว่าการส่งตัวผู้ลี้ภัยขึ้นรถไฟโดยไม่บอกว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน เปรียบเสมือนการกระทำของเผด็จการในอดีต ซึ่งทุกคนทราบว่าหมายถึงการจับคนยิวส่งไปแดนประหารของกองทัพนาซีในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2
มีข้อสังเกตอีกหลายประการที่ผมอยากจะกล่าวถึง ดังนี้
หนึ่ง ขนาดของปัญหาสำหรับยุโรปในขณะนี้จัดว่าใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่ชาวยิวจำนวนหลายล้านคนหนีตายจากเงื้อมมือของกองทัพนาซีในยุโรป
สอง ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรียที่หนีภัยสงครามกลางเมืองระหว่างกลุ่มไอซิสกับรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่เหลือมาจากอิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย โซมาเลีย และอื่นๆ
สาม ประเทศที่มีผู้ลี้ภัยพักพิงอยู่มากที่สุดในขณะนี้ คือ ตุรกี ซึ่งมีผู้ลี้ภัยจากซีเรียประเทศเดียวประมาณ 1.7 ล้านคน
สี่ จำนวนผู้ลี้ภัยที่จมน้ำตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่ต้นปีมีไม่ต่ำกว่า 2,600 คนแล้ว แต่ถึงกระนั้นหากเปรียบกับการทนอยู่ในซีเรียต่อไป ความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บล้มตายในสงครามกลางเมืองสูงกว่ามาก
ห้า ประเทศที่รับผู้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานมากที่สุด คือ สหรัฐ โดยกลุ่มใหญ่คือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในอดีตและผู้อพยพจากเม็กซิโกกับละตินอเมริกาชาติอื่นๆ
แต่สถานการณ์ของสหรัฐต่างจากของเยอรมนีมาก กล่าวคือ สหรัฐมีประชากรมากกว่า 4 เท่าและพื้นที่ใหญ่กว่าถึง 28 เท่า ที่สำคัญคือ ผู้อพยพไปสหรัฐเกือบทุกคนผ่านระบบการกลั่นกรองที่อยู่นอกประเทศ ทำให้เมื่อเดินทางมาถึงไม่เป็นภาระมากนัก ต่างจากกรณีของเยอรมนีที่เลือกไม่ได้ ผู้ลี้ภัยเป็นฝ่ายตัดสินใจดั้นด้นมา
หก หลายคนเป็นกังวลว่าจะเกิดปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตกในยุโรป จากเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันประการหนึ่ง และจากการแฝงตัวของกลุ่มก่อการร้ายที่ผสมโรงเข้ามาอีกประการหนึ่ง
เจ็ด หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเยอรมนีเป็นประเทศเดียวที่อ้าแขนรับผู้ลี้ภัยอย่างเต็มที่ ประเทศอื่นๆ ที่เหลือเพียงเล่นตามกระแสเท่านั้น
มีคนวิจารณ์ว่าผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่มาจากศูนย์ผู้อพยพในประเทศที่ 3 ไม่ใช่กลุ่มคนที่ชีวิตกำลังตกอยู่ในภยันตรายอย่างแท้จริง บทบาทแม่พระของเยอรมนีอาจสะท้อนวาระส่วนตัวของแมร์เกิลที่ถือโอกาสแปลงโฉมภาพลักษณ์ในชั่วพริบตา จากความแข็งกร้าวในการจัดการกับปัญหาของกรีซมาเป็นเทพธิดาแห่งความเมตตาในการโอบอุ้มผู้ลี้ภัย







