posttoday
ฝ่าโลกล้อมประเทศ

ฝ่าโลกล้อมประเทศ

17 กันยายน 2558

หากไม่มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุมสมัยสามัญสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ซึ่งปีนี้ครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ เพียงมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปประชุมที่สหประชาชาติ ก็มีการปล่อยข่าวโดยฝ่ายตรงข้ามว่า สหรัฐอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการยึดอำนาจ ซึ่งไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะนี่เป็นกิจการของสหประชาชาติ ผู้นำรัฐบาลไทยได้รับเชิญไปกล่าวคำปราศรัยที่สหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์การโลกและไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ดังนั้นคนไทยอย่าไปฟังข่าวปล่อยจากฝ่ายตรงข้ามที่เวลานี้คงตาร้อนผ่าวไปตามๆ กัน

หากไม่มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุมสมัยสามัญสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ซึ่งปีนี้ครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ เพียงมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปประชุมที่สหประชาชาติ ก็มีการปล่อยข่าวโดยฝ่ายตรงข้ามว่า สหรัฐอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการยึดอำนาจ ซึ่งไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะนี่เป็นกิจการของสหประชาชาติ ผู้นำรัฐบาลไทยได้รับเชิญไปกล่าวคำปราศรัยที่สหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์การโลกและไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ดังนั้นคนไทยอย่าไปฟังข่าวปล่อยจากฝ่ายตรงข้ามที่เวลานี้คงตาร้อนผ่าวไปตามๆ กัน

ตามกำหนดการ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมประชุมใน 3 โอกาสสำคัญ คือ วันที่ 25 ก.ย. เข้าร่วมในการ “ประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ” (United Nations Summit) โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวคำปราศรัยเป็นเวลา 3 นาทีเช่นเดียวกับผู้นำคนอื่นๆ อีกสองวันต่อมาคือวันที่ 27 ก.ย. ท่านจะร่วม “การเสวนาในเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น” (Interactive Dialogue) เกี่ยวกับการขจัดความยากจนและความหิวโหย โดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มคนยากจนที่ด้อยโอกาสทั้งคนยากจน เกษตรกร เด็ก สตรี ผู้สูงวัย รวมทั้งผู้อพยพ ในการนี้ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวปราศรัยเป็นเวลา 5 นาที จุดเด่นของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่วันที่ 29 ก.ย. ซึ่งท่านจะกล่าวคำปราศรัยต่อ “ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ” เป็นเวลา 15 นาที นอกจากเป็นการแสดงตนให้โลกได้รู้จักผู้นำที่มาจากการรัฐประหารคนนี้แล้ว ยังเป็นโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาของประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในเรื่องต่างๆ ขณะเดียวกันไทยจะใช้สิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกประเภทไม่ถาวรของคณะมนตรี
ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย แม้ว่าอาจมีอุปสรรคที่มีรัฐบาลมาจากการรัฐประหารก็ตาม  

ทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศและทีมงานของนายกรัฐมนตรีได้ร่วมมือกันทำงานอย่างแข็งขัน หามรุ่งหามค่ำในการร่างคำปราศรัยให้กับนายกรัฐมนตรีในแต่ละเวทีซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากัน ยิ่งมีเวลาน้อยก็ต้องพูดเฉพาะประเด็นเด่นในความสำเร็จของไทยที่แก้ไขปัญหาของชาติทั้งโดยตนเอง ร่วมกับประเทศอื่นๆ ส่วนในการปราศรัยครั้งสุดท้ายที่มีเวลา 15 นาทีนั้น ทีมงานก็คิดว่าจะใส่หัวข้ออะไรเข้าไปบ้าง นัยหนึ่งคล้ายกับการเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้แขกรับประทานนั่นเอง ต้องเลือกอาหารที่เป็นสูตรเด็ดบางจานเท่านั้นที่ให้แขกกินแล้วสูดปาก หรือคนฟังเสพแล้วติดใจด้วยคำพูดและประโยคเด็ดๆ แบบครีเอทีฟคิดในการสร้างหนังโฆษณาสินค้า แต่นี่คือการนำความจริงสู่โลก

หลายคนอาจเกรงว่านายกรัฐมนตรีจะไปพูดโดยใช้ท่าทีแบบที่พูดคืนวันศุกร์ หรือไปทะเลาะกับคนฟัง หรือเผลอไปชี้ให้คนฟังตอบคำถามแบบที่ทำกับผู้สื่อข่าวไทย บางคนเกรงว่าท่านจะพูดภาษาอังกฤษตะกุกตะกัก เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะท่านรู้ว่าท่านกำลังพูดอยู่บนเวทีไหน โดยกล่าวคำปราศรัยเป็นภาษาไทย และมีล่ามขององค์การสหประชาชาติแปลเป็นภาษาหลักของโลกไปพร้อมๆ กัน บางคนกลัวว่า พูดๆ ไปท่านอาจพูดนอกบทแทรกเข้ามา เรื่องนี้ก็ไม่ต้องห่วงเพราะต้องพูดตามสคริปต์ หากไม่พูดตามสคริปต์ ล่ามก็แปลไม่ถูก เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศจะไปอยู่กับล่ามโดยคอยบอกว่าเวลานี้นายกรัฐมนตรีพูดไปถึงไหนแล้ว เรื่องพวกนี้ท่านรู้ดี ท่านคงไม่ไปพูดผิดๆ ถูกๆ ทำให้ชาติขายหน้าเหมือนผู้นำไทยบางคน   

เชื่อว่านายกรัฐมนตรีไทยจะเป็นผู้นำที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศให้ความสนใจมากที่สุดคนหนึ่ง เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งผู้สื่อข่าวต่างประเทศตามติดอดีตประธานาธิบดี กัดดาฟี แห่งลิเบีย ซึ่งประกาศว่าจะไปด่าสหรัฐบนเวทีนี้ ดังนั้น ผู้สื่อข่าวคงตามประกบผู้นำไทยและมีคำถามต่างๆ มากมาย สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ เช่น ซีเอ็นเอ็น และเอพี จะขอสัมภาษณ์ท่านเป็นกรณีพิเศษและจะออกอากาศไปทั่วโลกด้วย ประเด็นที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศจะถามคงหนีไม่พ้นเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เมื่อไรจะมีการเลือกตั้ง หนทางกลับคืนสู่ประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ฯลฯ ซึ่งทีมงานคงเดาได้และเตรียมคำถามคำตอบไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่านสามารถตอบตามสไตล์ของท่านได้

นี่เป็นโอกาสอันดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้เวทีสหประชาชาติในการชี้แจงนโยบาย ท่าที โรดแมปในการพัฒนาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างยั่งยืนให้โลก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกได้รับทราบ เวลานี้รัฐบาลประยุทธ์สามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศและจัดการปัญหาภายในประเทศได้ดีในระดับหนึ่งซึ่งถูกใจคนส่วนใหญ่ โดยสะท้อนจากโพลสำนักต่างๆ ล่าสุด เมื่อจัดการปัญหาในประเทศซึ่งเป็นความจำเป็นเร่งด่วนได้เรียบร้อยในระดับหนึ่ง ผู้นำไทยจึงมาเปิดตัวในเวทีโลกเพื่อประกาศว่าไทยพร้อมที่จะมีส่วนรับผิดชอบร่วมกับสหประชาชาติในการแก้ปัญหาของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ ยาเสพติด โรคระบาด ต่อต้านคอร์รัปชั่น การก่อการร้าย การแก้ไขปัญหาความยากจน ฯลฯ

การไปประชุมที่นิวยอร์กครั้งนี้เป็นการไปทำงานให้กับชาติบ้านเมือง แต่นายกรัฐมนตรีคงเจอกับคนไทยกลุ่มล้มเจ้า และกลุ่ม นปช. ในสหรัฐมายกป้ายประท้วง ขณะเดียวกันจะมีคนไทยที่นิยม พธม.และ กปปส.มาเชียร์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แน่นอนว่าต้องมีใครบางคนหรือหลายคนตาร้อนผ่าวไปตามๆ กัน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงวันที่ 19 ก.ย. 2549

เมื่อคุณทักษิณ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเตรียมขึ้นพูดบนเวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ แต่ถูกยึดอำนาจเสียก่อน จึงไม่มีโอกาสได้พูด วันนี้คงต้องนั่งดู พล.อ.ประยุทธ์ คู่ปรับประกาศศักดาขึ้นเวทีโลกแห่งนี้แทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท