
สนธิกำลังกวาดล้างต่างด้าว-ยาเสพติดตลาดไท
ปทุมธานี-กองปราบจับมือทหารกวาดล้างแรงงานต่างด้าว-ยาเสพติดตลาดไทลั่นจับจริงไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง
ปทุมธานี-กองปราบจับมือทหารกวาดล้างแรงงานต่างด้าว-ยาเสพติดตลาดไทลั่นจับจริงไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง
เมื่อเวลา 00.30น.ของวันที่ 17ก.ย.58 พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป นายผาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอคลองหลวง พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภใคลองหลวง ได้ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารจากทหารกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ตำรวจ สภ.คลองหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวง ตำรวจปราบปรามยาเสพติดกว่า 500 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ภายในตลาดไท โดยใช้ชื่อยุทธการ"ตลาดไท ใสสะอาด” ทั้งนี้เพื่อกวาดล้างการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปูพรมตรวจค้นบรรดาหอพัก อพาร์ทเมนท์ รวมทั้งสิ้น 7 จุด ภายในหมู่บ้านพระปิ่น 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และอพาร์ทเมนท์ สูง 4 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังตลาดไท จากการตรวจสอบพบว่าหมู่บ้าน และอพาร์ทเมนท์ดังกล่าว มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากใช้เป็นที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขอดูเอกสารว่ามีการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่โดยได้ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว จำนวน 1187 คน ผลการตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 21คน และตรวจพบสารเสพติด 12 คน รวม 33 คน ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีเอกสารถูกต้อง แรงงานต่างด้าวที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วง เบื้องต้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจสอบสถานบันเทิงคาราโอเกะอีก 17 แห่ง บริเวณซอยเทพกุญชร หรือซอยแมนฮัตตัน จากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงในย่านดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกกฎหมาย รวมทั้งได้ทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวและพนักงาน แต่ไม่มีการกระทำความผิดแต่อย่างใด
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนผ่านทางรัฐบาล และหลายหน่วยงานว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมทั้งมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และมีสิ่งผิดกฎหมายหลายประเภท หลังจากได้รับการร้องเรียนทางกองบังคับการปราบปราม จึงได้ประสานสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อดำเนินการตามแผน “ยุทธการตลาดไทย ใสสะอาด" หลังจากนี้ไปเจ้าหน้าที่จะขยายผลดำเนินการและจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง อาทิ การเข้าตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของห้องพัก และหากพบการกระทำความผิดซ้ำ ก็จะดำเนินคดีในข้อหา ให้ที่พักพิงโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งจัดระเบียบต่างๆ โดยจะนำผลจากปฏิบัติการในครั้งนี้ จัดทำเป็นโมเดลต้นแบบ ก่อนจะขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ที่หากมีการร้องเรียน
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้จะไม่เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ทางสถานีตำรวจท้องที่จะเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งหากขาดเหลืออะไรขอให้ประสานเข้ามายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อบูรณการทำงานร่วมกัน.







