
ลั่นไม่เป็นนายกฯคนนอกหลังเลือกตั้งทหารกลับกอง
การร่วมรับประทานอาหารกลางวันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...บิ๊กตู่
การร่วมรับประทานอาหารกลางวันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 ก.ย. บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง
“วันนี้เกือบจะไม่ได้ลงมาร่วมทานอาหารด้วยแล้ว เพราะยังรู้สึกงอนๆ อยู่ แต่จริงๆ ไม่ใช่หรอก เพราะถ้าไม่ได้พูด ไม่เห็นหน้ากันก็คิดถึง เรามันคู่กัน ต่างคนต่างขาดกันไม่ได้ ถ้าไม่ได้พูดหรือโต้เถียงกันก็ปวดท้อง แต่ถ้าให้โมโหมากๆ เส้นโลหิตในสมองก็แตก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหยอกเย้ากับสื่อมวลชน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในบทสนทนาบนโต๊ะอาหารกลางวันครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำจุดยืนว่าไม่อยากครองอำนาจไว้นาน และจะไม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกหลังจากนี้อย่างแน่นอน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาของบ้านเมืองมีมากและผูกพันกับคนทั้งประเทศ คนจนยังมีอยู่มาก ซึ่งได้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมาช่วยงาน และมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบกระทรวงหลักที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เพราะปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นปัญหาหลักที่ต้องเร่งแก้ไข ส่วนกระทรวงหลักที่ให้ทหารเข้าไปทำงานก็เพราะต้องการเร่งขับเคลื่อนนโยบายให้เร็ว อยากให้คนไทยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้ ขอให้เชื่อใจให้ตัวทำงาน แต่ถ้าไม่เชื่อใจกันก็เปล่าประโยชน์
ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงระยะเวลาตามโรดแมปอีก 20 เดือนที่เหลือ กังวลว่าคนจะเบื่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวขึ้นมาทันทีว่า ไม่ต้องมาเบื่อ เพราะทุกวันนี้ก็เบื่อตัวเองอยู่แล้ว ถามว่าวันเวลาที่อยู่วันนี้คุ้มกับที่อยู่หรือไม่ ทุกวันนี้ปัญหาทับซ้อน ก็พร้อมส่งต่อให้คนในวันหน้า แต่ต้องถามว่าเขาจะทำหรือไม่ ซึ่งหากนักการเมืองกลุ่มเดิมๆ เข้ามาอีก ก็อยู่ที่อำนาจของทุกคนที่จะเลือกตั้งเขามา
ขณะเดียวกัน เมื่อถามอีกว่า หลังเลือกตั้งหากเหตุการณ์ทางการเมืองกลับมาเป็นอย่างเดิมอีกทหารจะเข้ามาอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวชัดเจนว่า “ไม่มีแล้ว เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยน โลกล้อมประเทศอยู่ ใครจะเข้ามา จากนี้ก็ต้องพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากเกิดสถานการณ์เหมือนเดิมอีก ผมก็ไม่เกี่ยวแล้ว กลับบ้านแล้ว เรื่องทุกอย่างขึ้นอยู่กับทุกคน และไม่ต้องมากลัวนายกฯ คนนอก ผมไม่เป็นแน่นอน”
เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีประชาชนเรียกร้องให้กลับเข้ามาอีกจะเข้ามาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็จะทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวเองรู้ทำอะไรได้แค่ไหน ฉะนั้นถ้าทำสำเร็จมันก็จบในห้วงที่อยู่ ถ้าไม่เสร็จก็หาคนมาทำใหม่ วันนี้อยากทำงานให้เร็ว ไม่ได้อยากอยู่นาน และไม่ได้คิดไปสร้างฐานอำนาจ
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการร่นระยะเวลาโรดแมปให้กระชับขึ้น 6-4-6-4 ว่า เป็นสิ่งที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เป็นผู้ประเมินให้ฟังในฐานะนักกฎหมาย ไม่สามารถพูดแทนได้ เมื่อนักกฎหมายประเมินมาว่าลดได้แค่ไหน ก็บอกไปว่าลดได้ก็ลด ไม่ใช่ตัวเองไปสั่งก็บอกแล้วว่า 20 เดือนก็ 20 เดือน รัฐธรรมนูญประกาศใช้ออกไปได้ก็ 20 เดือน หรือน้อยกว่านั้น ตามกำหนดวันเลือกตั้งจะอยู่ที่เดือน ก.ค. 2560 ถ้ามันเร็วกว่านั้นได้ในการตัดทอนแต่ละขั้นตอน ลดไปได้อย่างละครึ่งเดือนบ้าง รวมกันกี่เดือนก็ไม่รู้ แต่ถ้าประเด็นรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไร
สำหรับเรื่องหัวข้อที่จะไปพูดในงานการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ในวันที่ 23 ก.ย.–1 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า จะพูด 2 เรื่อง คือ แก้ปัญหาความยากจนและสร้างความยั่งยืน 15 ปี ตั้งแต่ในห้วงปี 2558 เป็นต้นไป และจะอธิบายว่าประเทศไทยมีอะไรขึ้นมาบ้าง อีกทั้งจะพูดในนามของประชาคมด้วย จะพูดแต่ประเทศไทยอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไปในนามของเวทีโลก แล้วค่อยยกตัวอย่างว่ากำลังทำอย่างนี้อยู่
“เรื่องการเดินหน้าตามโรดแมปการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลไม่ได้อยู่ในวาระจะไปพูด แต่เราจะพูดเพียงแค่ว่าเราทำเต็มที่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ทำไมต้องไปอธิบายให้เขาเยอะ ทำไมต้องไปอธิบายเดือนไหน ปีไหน เมื่อไหร่ มันได้ก็ได้ ผมไม่ได้อยากจะครองอำนาจอะไรนักหนา วันนี้ไปดูว่ามีอะไรดีขึ้นมาบ้าง อย่าไปทบทวนว่าผมมาอย่างไร”
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีที่ยืนในเวทีโลก ให้เขาเห็นประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการเจริญเติบโต ไม่ใช่ประเทศที่มีความขัดแย้ง เราไม่ใช่ประเทศที่รบกันทุกวัน เราอยากจะเป็นแบบนั้นหรือ ถ้าไม่แก้เราก็จะเป็นแบบนั้น ไม่อยากจะพูดว่ามันเลวร้ายหรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมทางการเมืองของเราที่ไม่เหมือนเขา ของเราจะมีอารมณ์เยอะหน่อย มีอารมณ์ โกรธ เกลียด รักเยอะ เลยทำให้ไม่มองเห็นในส่วนที่ควรจะเป็น ทุกคนก็ต้องทำตามใจตัวเองหมด ถึงผมจะดูเป็นแบบนี้ แต่ก็เป็นคนที่รับฟังหมด คุณไม่รู้หรือว่าบางอย่างนั้นได้แก้ไปตั้งเยอะ”







