posttoday
ยุวชนเกษตรเชิงคุณธรรม

ยุวชนเกษตรเชิงคุณธรรม

16 กันยายน 2558

โดย...วีรวิท คงศักดิ์

โดย...วีรวิท คงศักดิ์

โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน เป็นปัญหาการจัดการเรียนการสอนที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพยายามแก้ไขมาโดยตลอด ด้วยการควบรวมกิจการเพื่อให้การศึกษามีคุณภาพและคุ้มค่ากับการจัดการศึกษา

การแก้ปัญหานี้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กที่ต้องเดินทางไกลขึ้นและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงเป็นปัญหาใหม่ของพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร ฐานะการเงินไม่ดีนัก และมีผลต่อกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในระบบบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนที่ดำเนินการอยู่

โรงเรียนวัดสามหลัง ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดทำการสอนระดับอนุบาลและประถมศึกษารวม 8 ชั้นเรียน แต่ในปี 2554 มีนักเรียนเพียง 46 คน มีครู 5 คน และครูอัตราจ้าง 1 คน ทำให้การสอนต้องใช้วิธีควบชั้นเรียนและใช้การสอนทางไกลผ่านสื่อโทรทัศน์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้กับประชาชนช่วยในการให้ความรู้กับนักเรียน

เมื่อ ศฤงคาร แป้นกลาง มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ เป็นจังหวะที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับกิจวิจัยเพื่อท้องถิ่น คณะบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดทำโครงการวิสาหกิจชุมชนเชิงคุณธรรมที่ซื่อตรงต่อลูกค้า จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเป็นเวลาถึง 4 ปีเต็ม

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้ศึกษาสภาพปัญหาและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนวัดสามหลังแล้ว ได้เสนอแนะให้โรงเรียนร่วมกับผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำกิจกรรมสร้างอาชีพและธุรกิจการเกษตรให้กับนักเรียน โดยเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรนอกเวลาเรียน

แนวคิดนี้กำหนดให้นักเรียนทำกิจกรรมการเกษตรตามศักยภาพของนักเรียน โดยโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ร่วมกันสนับสนุนวิทยากรสอนเด็กให้ทำกิจกรรม และร่วมกันจัดทำ “ยุทธศาสตร์การพัฒนายุวชนเกษตรเชิงคุณธรรม” ปี 2554-2558 ภายใต้วิสัยทัศน์ว่า

“เสริมสร้างยุวชนเกษตรเชิงคุณธรรมให้เป็นเกษตรกรในอนาคตของประเทศ”

โครงการนี้มุ่งปลุกจิตสำนึกให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัวนักเรียนและพัฒนานักเรียนให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ ที่มีความรู้ในการบริหารวิสาหกิจชุมชนเชิงคุณธรรม จึงวางแผนดำเนินการ มี 4 กลยุทธ์ คือ

1) ปรับกระบวนงานพัฒนายุวเกษตรกรเชิงคุณธรรม ตั้งแต่การปรับปรุงระบบข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน มีการจัดตั้งกลุ่มยุวชนเกษตร พัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะครู ทั้งยังจะพัฒนาหลักสูตรตามวัยของยุวเกษตร โดยให้ความสำคัญกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนั้นยังสนับสนุนกิจกรรมการสร้างเสริมรายได้ มีการส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม และพัฒนาศูนย์อบรมยุวเกษตร

2) บูรณาการและขยายเครือข่ายการพัฒนายุวเกษตร โดยมุ่งส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรในโรงเรียนและชุมชน พร้อมสร้างความร่วมมือกับสถาบัน/องค์กรพัฒนายุวชนเกษตร ทั้งในโรงเรียน ระหว่างโรงเรียน และชุมชน พร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างเครือข่ายใหม่

3) สร้างความเข้มแข็งให้ยุวเกษตร มุ่งสร้างจิตวิญญาณความเป็นยุวเกษตร ควบคู่ไปกับการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างประสบการณ์เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลขึ้น

4) ขับเคลื่อนยุวเกษตรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพ โดยมุ่งพัฒนาความรู้ ความสามารถ ยุวเกษตรให้มีศักยภาพ ทั้งด้านการวางแผนและการจัดการธุรกิจเกษตร ระบบการผลิต พร้อมสร้างยุวเกษตรในโรงเรียน โดยมุ่งเน้นนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ถึงประถมปีที่ 6 เป็นกลุ่มเป้าหมายในการสร้างจิตสำนึกและกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญและมีใจรักในอาชีพเกษตรกรรม

ในการทำกิจกรรมโรงเรียนได้นำ “วงจรคุณภาพ” หรือ Deming Circle-PDCA. มาใช้

ขั้นที่ 1 การวางแผน (Planning) ร่วมกันใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก คณะครู ฝ่ายบริหาร งานวิชาการ และงานบริหารงานทั่วไป เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และวางแผนกิจการ กลุ่มที่ 2 คณะกรรมการสถานการศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะครู เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และปรึกษาหารือ รวมถึงการขอความเห็นชอบ

และกลุ่มที่ 3 ประชุมคณะกรรมการสภานักเรียน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และประชุมกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียน เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจุดการเรียนรู้ด้านเกษตรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

ขั้นที่ 2 การทำกิจกรรม (Do) 3 แผนงาน คือ 1) ประสานงานขอการสนับสนุนจากเครือข่ายความร่วมมือการจัดการศึกษาของท้องถิ่น องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์และวิทยากร มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์  2) ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาจุดเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และ 3) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ลงมือทำจริงตามจุดเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพนักเรียนในแต่ละชั้น ดังนี้

ชั้นอนุบาลปีที่ 1-2 จุดการเรียนรู้การเพาะถั่วงอก

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 จุดการเรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ ได้แก่ ผักบุ้งและผักคะน้า

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 จุดการเรียนรู้การเลี้ยงปลาและกบบ่อซีเมนต์

ชั้นปีที่ 5-6 จุดการเรียนรู้การเพาะเห็ดนางฟ้า การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

ขั้นที่ 3 การตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินการ (Check) และขั้นที่ 4 ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขเพื่อจัดทำมาตรฐานกิจกรรม (Action)

หลังจากประสบผลสำเร็จในกิจกรรมเกษตรปลอดสารพิษแล้ว โรงเรียนได้ขยายผลอีก 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้สหกรณ์โรงเรียน กิจกรรมเรียนรู้ธนาคารโรงเรียน และกิจกรรมตลาดนัดเกษตรส่งเสริมสุขภาพ โดยทุกกิจกรรมให้เด็กนักเรียนดำเนินการและแก้ไขปัญหาเองตามคำแนะนำของวิทยากร

นอกจากนั้น โรงเรียนวัดสามหลังได้เชิญชวนผู้ปกครองและชุมชนทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนอีก 4 กิจกรรม คือ การผลิตน้ำหมักชีวภาพและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ การทำผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ และการเลี้ยงหมูหลุม ซึ่งเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนทั้งสิ้น

4 ปีของโครงการยุวเกษตรเชิงคุณธรรมของโรงเรียนวัดสามหลัง นอกจากสร้างจิตสำนึกในการประกอบอาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัวแล้ว ยังสร้างคุณธรรมความดีในการทำงานร่วมกันของนักเรียน ทำให้ทุกคนลดละความเห็นแก่ตัว หันมาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และร่วมมือกันสร้างสังคมดีมีคุณธรรม

ในด้านส่วนตัว นักเรียนได้รับการปลูกฝังคุณธรรม หรือ “คิดดี” และเกิดจริยธรรม หรือ “พูดดี ทำดี” ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ ความเสียสละ ความอดทน อดกลั้น อดออม และการประกอบสัมมาอาชีพที่มีคุณธรรม ซื่อตรงและไม่เอาเปรียบลูกค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็น “คุณค่า” ที่ต้องการของสังคมยุคใหม่ทั้งสิ้น

ผลสัมฤทธิ์ของโครงการนี้ ทำให้โรงเรียนวัดสามหลังมีนักเรียนเพิ่มจาก 46 คน ในปี 2554 มาเป็น 87 คน ในปัจจุบัน และผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้นจากผลการสร้างคุณธรรม โดยในปี 2556 ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ทั้งในระดับเครือข่ายและเขตพื้นที่การประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 จำนวน 5 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง รวมถึงรางวัลต่างๆ อีกมากมาย

สิ่งที่น่าสนใจ คือ นักเรียนชั้น ป.6 ที่เข้าโครงการนี้ในปีแรก ขณะนี้เข้าศึกษาต่อระดับ ปวช. ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ และมาร่วมแนะนำความรู้ให้กับนักเรียนรุ่นน้องที่ยังคงทำโครงการนี้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนความมีจิตอาสาเพื่อพัฒนาสังคมอย่างแท้จริงด้วย

ขณะนี้รัฐบาลกำลังมีนโยบายลดเวลาการเรียนในชั้นเรียน และเพิ่มพูนความรู้ด้วยการทำกิจกรรมสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ โครงการยุวเกษตรเชิงคุณธรรมของโรงเรียนวัดสามหลังจึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ในการเป็นต้นแบบการจัดการเรียนการสอนในมิติใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล

ถ้าทำได้เช่นนี้ทั้งประเทศ เด็กไทยก็จะ “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้” และมีคุณธรรมจริยธรรมตามปรัชญาการศึกษาที่ประเทศไทยคาดหวัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท