
ฝนมาคนริมเจ้าพระยาอ่วม ตลิ่งทรุดถึงตัวบ้านต้องย้ายหนี
อิทธิพลพายุดีเปรสชั่น “หว่ามก๋อ” ทำให้ฝนตกหนักกระจายไปทั่วไทย
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
อิทธิพลพายุดีเปรสชั่น “หว่ามก๋อ” ทำให้ฝนตกหนักกระจายไปทั่วไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือชุบชีวิตนาข้าวหลายแสนไร่รอดพ้นยืนต้นตายหลังฝนทิ้งช่วงนาน ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาต้องขนย้ายสิ่งของหนีออกจากบ้านเนื่องจากตลิ่งทรุดหนักถึงตัวบ้าน โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี
สุชน ภัยธิราช นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา บอกว่า หลังฝนทิ้งช่วงมานานหลายปี พอฝนตกลงมาหนัก ส่งผลทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ต้องขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านไปอาศัยบนพื้นที่ปลอดภัย หรือย้ายไปอาศัยอยู่บ้านญาติเป็นการชั่วคราว หลังจากริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดหนักลามถึงตัวบ้าน
สุชน กล่าวอีกว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่าพื้นดินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำได้พังสไลด์ลงไปในแม่น้ำเป็นทางยาวกว่า 15 เมตร ลึกลงไป 3 เมตร และกินพื้นที่จากริมตลิ่งเข้ามา 5 เมตร จนถึงเสาของตัวบ้าน ทำให้แนวรั้วบ้านซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว
“สาเหตุของการเกิดเหตุตลิ่งทรุดครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำตาลล่มเมื่อปี 2554 ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศและค่อยๆ กัดเซาะตลิ่งตลอดมา จนทำให้พื้นที่ดินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำได้รับความเสียหาย ประกอบกับช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกอย่างหนัก ทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหวจึงเกิดพังลงมา” สุชน กล่าว
แสวง อินทร์แก้ว ชาวบ้าน ต.บ้านป้อม กล่าวว่า ฝนตกอย่างหนักทำให้ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดถึงบ้านเรือน ซึ่งขณะนั้นกำลังนอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงดังขึ้นจึงได้ออกมาดู ปรากฏว่าตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำได้ทรุดตัวลงไปในน้ำ จึงได้แจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านป้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ
เช่นเดียวกับชาวบ้าน ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำป่าสัก ฝนที่ตกทำให้ดินริมตลิ่งอ่อนตัวไหลลงแม่น้ำป่าสัก ทำให้บ้านเรือนทรุดเสียหายหลายสิบหลังต้องขนย้ายสิ่งของไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
สถาพร ลิ่มพันธ์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาและผังเมืองจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ฝนตกชุกทุกวันเป็นที่น่าสังเกตว่าริมตลิ่งแม่น้ำป่าสักตรงบริเวณที่เป็นคุ้งน้ำเคยถูกกระแสน้ำกัดเซาะมาก่อนหลายแห่งในเขตรอยต่อของ อ.เมืองสระบุรี กับเสาไห้
นอกจากนี้ ที่วัดสมุหประดิษฐาราม และที่ ต.เมืองเก่า ยังมีที่บริเวณริมตลิ่งในเขต ต.เริงราง (บ้านศาลาสัก) อ.เสาไห้ มีรอยร้าวและการยุบตัวของดินสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ง่าย จึงฝากเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ริมตลิ่งให้ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอิทธิพลจากพายุหว่ามก๋อทำให้เกิดฝนตกในช่วงระยะนี้
ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจจากน้ำท่วมขัง
ชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กล่าวว่า ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดท่อเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง ไปติดตั้งภายในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อเตรียมสูบน้ำหากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้ามาตามท่อระบายน้ำภายในโรงพยาบาล ก่อนที่จะสูบน้ำกลับลงไปสู่ลำน้ำลำตะคองที่อยู่ติดกับโรงพยาบาล
ชิตชนก กล่าวอีกว่า ยังได้มีการนำเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง ไปติดตั้งที่ประตูระบายน้ำจอหอ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา, ประตูระบายน้ำข่อยงาม ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา และประตูระบายน้ำกันผม อ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยในการผลักดันปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของประชาชน แต่ยืนยันว่าเขื่อนทุกเขื่อนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ยังสามารถรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าเขื่อนได้อีกเป็นจำนวนมาก
ด้านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้ออกประกาศรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ เรื่อง ระวังภัยน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง ในวันที่ 16-17 ก.ย.อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ราบต่ำ ริมลำน้ำบริเวณ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และ ตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวโปรดทราบ หากมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง ศภช.จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
เอกกฤต จิตตางกูร หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง (ปภ.) สาขาภาคเหนือ กล่าวว่า ได้สั่งการกำชับพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือตอนบน ให้ระวังภัยทางธรรมชาติที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน สำหรับพื้นที่อำเภอทางตอนบนของ จ.ลำปาง ถือว่ามีบ้านเรือนตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา และทางน้ำไหลผ่านเป็นจำนวนมากกว่า 100 หมู่บ้าน ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างมาก จึงได้แจ้งให้มิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังการเกิดฝนตกหนักอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง







