
"มาร์ค" หนุนไม่ดึงนักการเมืองร่วม กรธ.
อภิสิทธิ์ หนุนไม่ดึงนักการเมืองร่วมกรรมการยกร่างรธน. แนะ กรธ. - สภาขับเคลื่อนฯ เอาปฏิรูปเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอากลุ่มคนเป็นตัวตั้ง
อภิสิทธิ์ หนุนไม่ดึงนักการเมืองร่วมกรรมการยกร่างรธน. แนะ กรธ. - สภาขับเคลื่อนฯ เอาปฏิรูปเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอากลุ่มคนเป็นตัวตั้ง
วันที่ 15 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยว่านักการเมืองไม่ควรดำรงตำแหน่งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะมีส่วนได้เสีย แต่พรรคการเมืองสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ นั้นไม่มีประโยชน์ทับซ้อนต่างจาก สปช.ที่มีอำนาจในการอนุมัติรัฐธรรมนูญ แต่สภาขับเคลื่อนมีหน้าที่เพียงแค่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูป พรรคการเมืองเข้าไปจึงไม่มีเป็นปัญหา แต่ไม่ทราบว่ามีระบบสมัครหรือโควต้าอย่างไร อีกทั้งขณะนี้สามารถมีใครไปในนามพรรคได้เพราะพรรคจัดประชุมไม่ได้
นอกจากนี้ ในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเรื่องประชามตินั้น ควรทำเรื่องหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนจะได้ไม่มีการตีความเพราะถ้าเป็นหลักเกณฑ์กึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์จะเป็นเรื่องยากมาก จึงควรแก้ไข แต่ในส่วนอื่นไม่อยากให้มีการแก้บ่อยเกินไป เพราะทำให้โรดแมปเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่น จึงควรทำตามโรดแมปดีที่สุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่จะมาทำหน้าที่สภาขับเคลื่อนฯและกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเอาเรื่องการปฏิรูปเป็นตัวตั้งไม่ใช่เอากลุ่มคน หรือบุคคลเป็นตัวตั้ง จึงจะสำเร็จ ยืนยันว่าทุกคนมีหน้าที่ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่แก้ปัญหาประเทศและผ่านการทำประชามติ แทนที่จะคิดเป็นเรื่องการเมือง แต่ให้คิดว่าทำอย่างไรให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีและผ่านการทำประชามติดีกว่า
นอกจากนี้ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาแทนเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยคิดว่าควรนำรัฐธรรมนูญปี 50 มาให้ประชาชนเปรียบเทียบเพื่อให้เป็นทางเลือกที่ชัดเจนและเป็นแรงกดดันให้คนร่างต้องทำดีกว่าเดิม ซึ่งยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ 50 ไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อหาแต่เป็นเรื่องของกลุ่มบุคคลที่ไม่ยอมรับ และไม่ยอมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าหลักการใช้ไม่ได้
"คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ต้องเรียนรู้จากบทเรียนของการยกร่างที่ผ่านมาโดยต้องเข้าใจเงื่อนไขของความแตกต่างด้วย ซึ่งเห็นใจกรรมาธิการฯชุดที่แล้วที่อยู่ภายใต้ภาวะกดดัน ต้องผ่านทั้ง สปช.และประชามติ แต่วันนี้ไปที่ประชาชนเลยจึงต้องทำในกรอบที่ให้ประชาชนเห็นชอบคือทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของร่างซึ่งจะทำให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯยืนยันเจตนาเรื่องปรองดองว่าต้องเกิดหลังความรับผิดชอบทางกฎหมายก่อน ถ้ายืนยันหลักนี้สบายใจซึ่งหากนายกฯมีหลักคิดเช่นนี้ก็ไม่จำเป็น ต้องมีการบัญญัติคณะกรรมการปรองดองที่มีอำนาจในการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษไว้ในร่างรัฐธรรมนูญอีก ส่วนการปฏิรูปเป็นเรื่องความเห็น ประเด็นปัญหาการเมืองก็เห็นด้วยบางส่วนไม่เห็นด้วยบางส่วน
“ผมยืนยันว่านักการเมืองไม่ดีก็มี ที่ดีก็มี ถ้าไม่แยกแยะจะไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงอย่าเหมารวม ลดวาทกรรม เอาเนื้อหาสาระเป็นตัวตั้ง ไม่เช่นนั้นปัญหาก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ซึ่งทางพรรครอให้มีการตั้งกรรมการยกร่างฯเรียบร้อยก็พร้อมที่จะให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติและบ้านเมืองเดินได้อย่างราบรื่นเพราะถ้าเกิดคว่ำแล้วคว่ำอีกไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว







