posttoday
"ปริญญา" ฟันธง คสช. ดันรธน.ผ่านประชามติ

"ปริญญา" ฟันธง คสช. ดันรธน.ผ่านประชามติ

15 กันยายน 2558

"ความจริงส่วนที่ดีในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปก็มีหลายเรื่อง เราไม่มีทางร่างรัฐธรรมนูญให้คนเห็นด้วยทุกมาตรา แต่หลักการประชาธิปไตยเรื่องใหญ่ๆ ทำให้คนเห็นพ้องต้องกันไปในทิศทางเดียวกัน"

โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ

ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 ก.ย. เส้นทางการเมืองนับจากนี้ไปกำลังเข้าสู่กระบวนการจัดโครงสร้างการทำงานให้เข้ารูปเข้ารอยใหม่ผ่านการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 200 คน และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ซึ่งทั้งหมดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในต้นเดือน ต.ค.

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้มุมมองผ่านโพสต์ทูเดย์ถึงเหตุการณ์ที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช. รวมไปถึงทิศทางการเมืองในอนาคตไว้อย่างสนใจ

โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า คสช.ต้องการคุมสภาพให้ได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน สปช. จึงนำไปสู่การตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้ สปช.สิ้นสภาพไปเลยหลังจากลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แล้วตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาแทน การตัดสินใจของ สปช.จำนวนหนึ่งที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเกี่ยวกับการได้เป็นหรือไม่ได้เป็นสภาขับเคลื่อนฯ ด้วย

“ถ้าจะดูทิศทางการเมืองของ คสช.ต่อจากนี้ ให้ดูว่า คสช.ตั้งใครเข้ามาเป็นสภาขับเคลื่อนฯ บ้าง ข้างที่คว่ำและไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ข้างไหนมากกว่าน้อยกว่าอย่างไร แต่มากกว่านั้นต้องดูด้วยว่าคนที่มีบทบาทมากๆ ในการเคลื่อนไหวของ สปช.ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะข้างไหน จะได้รับการตั้งมาเป็นต่อหรือไม่ จะทำให้เราพอเห็นได้ว่า คสช.วางแผนอย่างไรต่อ”

ส่วนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์มีความเห็นว่า คสช.อาจจะหาคนมาทำงานได้ยากขึ้น หลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไป แต่สุดท้ายเชื่อว่า คสช.จะหาได้ ซึ่งสัญญาณจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ คือต้องการคนร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และหากดูกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในรอบนี้ คสช.ไม่มีปุ่ม สปช.ที่จะไปให้กดคว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้เหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะต้องเอาไปทำประชามติเลย

“ดังนั้น คสช.ก็คงตั้งคนมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่คิดไปในทางเดียวกับ คสช.มากขึ้น ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างใหม่ก็จะเป็นฉบับ คสช. หรืออย่างน้อย คสช.ต้องรับผิดชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากกว่าร่างที่ผ่านมา ผลก็คือหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ผลก็คือ คสช.ไม่ผ่านด้วย ผมจึงประเมินได้ว่า คสช.ก็คงอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติมากกว่าไม่ผ่าน”ปริญญา คาดการณ์

อ.ปริญญา ยังระบุอีกว่า นอกจากนี้ต้องดูด้วยว่า คสช.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในประเด็นปัญหาการตีความเรื่องเสียงข้างมากของประชามติหรือไม่ เพราะตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านต่อเมื่อ “ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมาก” ให้ความเห็นชอบ ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติก็คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั่นเอง

ถามว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมาก” หมายความว่าอย่างไรเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเสียงข้างมากของผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เพราะเสียงข้างมากผู้มีสิทธิ คือเสียงข้างมากของ 47 ล้านคน ขณะที่เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ ถ้ามาใช้สิทธิเท่ากับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วคือ 75% ก็เท่ากับเสียงข้างมากของ 35 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งต่างกันมาก”

“ถ้า คสช.ไม่แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเลย ปล่อยให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ ทั้งยังไม่แก้รัฐธรรมนูญให้เกิดความชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติแล้วจะทำอย่างไร จะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะมันจะหมายถึงสัญญาณที่ คสช.จะอยู่ต่อมากกว่า 3 ปี ซึ่งจะยุ่งแน่ๆ” ปริญญา ระบุ

สำหรับแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรจะเป็นนั้น ปริญญา เสนอแนะว่า เราต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญคือกติกาในการปกครองตนเองของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ สิ่งที่เราต้องการ คือ ต้องการรัฐธรรมนูญที่จะพาเรากลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมามีปัญหาตรงไหนเราจึงล้มเหลว จนนำมาสู่การเกิดเหตุการณ์ 22 พ.ค. 2557 แล้วก็ต้องแก้ไขในจุดนั้น

“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องใดบ้าง เช่น การให้ คสช.สามารถต่อท่ออำนาจหรือสืบทอดอำนาจได้ โดยการมีองค์กรที่มีอำนาจพิเศษที่เทียบได้กับมาตรา 44 รวมถึงการให้ ครม.เลือก สว.สรรหาใน 3 ปีแรก และการเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แม้จะใช้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งคิดว่าควรตัดออกไป เพราะเมื่อผนวกทุกเรื่องที่ได้เอ่ยไป จะถูกตีความได้ว่า คสช.อยากอยู่ในอำนาจต่อ เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ คสช.จะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมา ทำให้เกิดการต่อต้านที่พุ่งเป้ามาที่ คสช.”

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่สุดของการร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับตามความคิดของ อ.ปริญญา อยู่ที่กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม

“ความจริงส่วนที่ดีในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปก็มีหลายเรื่อง เราไม่มีทางร่างรัฐธรรมนูญให้คนเห็นด้วยทุกมาตรา แต่หลักการประชาธิปไตยเรื่องใหญ่ๆ ทำให้คนเห็นพ้องต้องกันไปในทิศทางเดียวกัน อย่างน้อยก็จะต้องไม่แย่ไปกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 แต่ก็ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ด้วย”

สุดท้าย อ.ปริญญา สรุปว่า “ผมคิดว่าเราไม่ได้ต้องการอะไรมากนัก และเวลา 6 เดือน เกินพอด้วยซ้ำไป เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นใหม่หมด แต่ขอให้พุ่งเป้าไปที่การจะนำพาคนไทยทุกกลุ่มกลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไร โดยใช้บทเรียนที่ผ่านมา และแก้ไขจุดที่เป็นปัญหา นี่คือภารกิจของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท