
รื้อ‘ฉุกเฉิน3กองทุน’ หวั่นปัญหางบบาน
ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ยังไม่เห็นชอบตัวเลขอัตราการจ่ายชดเชยค่าบริการให้สถานบริการที่ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่ง นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีต รมช.สาธารณสุข ได้ให้สำนักงานปลัด สธ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สำนักงานประกันสังคม หารือกันก่อนหน้านี้
ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ยังไม่เห็นชอบตัวเลขอัตราการจ่ายชดเชยค่าบริการให้สถานบริการที่ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่ง นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีต รมช.สาธารณสุข ได้ให้สำนักงานปลัด สธ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สำนักงานประกันสังคม หารือกันก่อนหน้านี้
สำหรับอัตราการจ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นกรณีที่ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษาพยาบาลไม่ตรงสิทธิ เช่น สิทธิ 30 บาท เข้ารับการรักษากรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลเอกชน เพื่อไม่ให้ถูกโรงพยาบาลเก็บค่ารักษาสูงเกินไป จึงได้หาอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการใหม่ที่โรงพยาบาลเอกชนสามารถรับได้
นพ.ปิยะสกล ระบุว่า สำนักงานประกันสังคมกังวลเรื่องงบประมาณที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงกังวลเรื่องสิทธิการให้บริการเจ็บป่วยฉุกเฉิน หากมีการใช้อัตราใหม่
นอกจากนี้ รมว.สธ. ยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอตั้งกองทุนจ่ายชดเชยล่วงหน้าไว้ก่อนจำนวน 1,000 ล้านบาท กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเพื่อจ่ายชดเชยให้กับโรงพยาบาลก่อนนำไปเบิกกับกองทุนต้นทาง โดยให้ สพฉ.เป็นผู้ดูแลกองทุนตามข้อเสนอของฝ่ายการเมืองชุดที่แล้ว ส่วนค่ารักษาพยาบาลเอกชนคงไม่สามารถทำให้ถูกได้ แต่จะดูแลให้อยู่ในระดับพอเหมาะ
รมว.สธ. กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดว่า สิ่งใดที่ยังไม่จำเป็นก็ต้องปรับงบประมาณลง สำหรับมติดังกล่าวจะถูกนำไปหารือกันต่อในที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินวันที่ 16 ก.ย.นี้
“ไม่ว่าจะมีวงเงินเท่าใด ก็ไม่สามารถที่จะใช้สำหรับดูแลโครงการได้เพียงพอ แต่ยืนยันว่าโครงการนี้จะต้องทำต่อไป โดย สพฉ.ควรมีหน้าที่เฉพาะการอนุมัติการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น” นพ.ปิยะสกล กล่าว







