
‘บิ๊กตู่’สร้างไทยเข้มแข็ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2558 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่อง “ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)” ซึ่งภายในงานนอกจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และเลขาฯ สศช. ยังมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ สศช. เชิญมาร่วมงานด้วย เมื่อเช้าวันที่ 14 ก.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2558 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่อง “ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)” ซึ่งภายในงานนอกจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และเลขาฯ สศช. ยังมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ สศช. เชิญมาร่วมงานด้วย เมื่อเช้าวันที่ 14 ก.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่สะสมมาในอดีตขอฝากรัฐบาลใหม่แก้ไขด้วย โดยจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ทั้งเรื่องกฎหมาย เตรียมคน เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำพาประเทศตามรถไฟขบวนที่ 12 จะต้องวิ่งไปข้างหน้า ทั้งนี้ ประเทศไทยยังขาดการบูรณาการร่วมกัน ต้องขอฝากคุณอภิสิทธิ์ไปด้วย การบูรณาการงานแต่ละกระทรวงนั้นสำคัญ ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องรัฐบาลผสม
นายกฯ กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด 18 โครงการ งบประมาณ 1.76 ล้านล้านบาท นอกจากจะมีการลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูง 5 สาย รัฐบาลต้องทำรถไฟความเร็วปานกลาง เพื่อให้คนมีรายได้ปานกลางและรายได้น้อยขึ้นได้ แต่วันหน้าก็ต้องมีรถไฟความเร็วสูง สิ่งที่ได้มาคือการค้าขายตามรางรถไฟ มีที่ตรงไหนก็ให้คนมีรายได้น้อยไปค้าขาย ส่วนรถไฟความเร็วสูงควรมีตู้พิเศษให้คนมีรายได้น้อย
ทางอากาศมีการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 ซึ่งติดปัญหาสร้างทางวิ่งรันเวย์ 3 ไม่ได้ เนื่องจากมีการประท้วง ก็ขอให้มองถึงประเทศชาติ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมีสนามบิน ทำอะไรกันไม่ได้ ติดขัดหมด ต้องมีคนได้ คนเสีย ตรงกลางไม่มี
ส่วนการทำงานด้านอื่นๆ การจำนำข้าว เกษตรกรที่เดือดร้อน คมนาคม บริหารจัดการ ถือว่าเดินหน้าไปมากพอสมควร แต่การลงทุนก็จะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก็มีคำถามว่าทำไมต้องทุบสะพานข้ามแยกเกษตร แล้วถามว่าเมื่อไหร่จะมีรถไฟฟ้าเสียที เอาใจยากนะคนไทย รถไฟก็อยากมี แต่ไม่อยากเดือดร้อน อย่างนี้ไม่ได้ ถือว่าไม่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกับคนทั้งประเทศ
“พอมาทำคนก็ด่า พวกไม่เห็นประโยชน์เพราะบ้านอยู่ที่อื่น ไม่ขึ้นรถสายนี้ แต่คนที่อยู่ในเส้นทางเขาดีใจ รอรถไฟฟ้าเมื่อไหร่จะขึ้นเสียที คนไทยมีความแตกต่างกันตรงนี้ ไม่เห็นประโยชน์ส่วนรวม ไม่นึกถึงคนอื่น ตรงนี้ต้องแก้เสียที ไม่เช่นนั้นต่อไปจะลำบาก”
สำหรับมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจที่บอกว่าไม่เข้มแข็ง ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ ไม่มีนวัตกรรม ทำให้รายได้การส่งออกลดลง วันนี้รัฐบาลเข้ามาดูทั้งหมด ทั้งการพัฒนาเครื่องจักรและเอสเอ็มอี ไม่ใช่ให้เงินไปลงทุนอย่างเดียว ต้องให้ความรู้และคอยจัดงบรัฐบาลให้ ในส่วนของมาตรการรายย่อย อย่ามองว่าทุจริตกันมากนัก รัฐบาลจะลงไปดูแลและให้ใช้ประโยชน์สูงสุด
ส่วนเรื่อง กบข. วันนี้ต้องเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมด ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ตัวชี้วัด ทุกอย่างต้องมีตัวชี้วัด เราบอกว่า 20 ปีข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย อย่าไปพูดลอยๆ ต้องวาดภาพอนาคตของตัวเอง ขอให้เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ผ่านมามีปัญหาเพราะไม่ยอมขึ้นทะเบียน เนื่องจากกลัวภาษี ขอให้ลงทะเบียนเพื่อคัดกรองและรัฐบาลจะได้ช่วยเหลือสนับสนุนอย่างตรงจุดต่อไป ส่วนเรื่องภาษี ปี 2558-2559 จะต้องมีการจ่ายภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย วันนี้มีคนเสียภาษีไม่ถึง 10 ล้านคน ประเทศก็ยังอยู่ได้ ถ้าหากมีการเสียภาษีมากกว่านี้ก็ต้องมีการพัฒนาไปได้มากกว่านี้ จึงฝากกระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปด้วย
นายกฯ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำได้สั่งการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางแผน เพราะในวันข้างหน้าน้ำจะมีน้อย เนื่องจากน้ำต้นทุนไม่มี ป่าก็เหี้ยนหนัก ขณะเดียวกันเกษตรกรก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยน อาจจะทำด้านการปศุสัตว์บ้าง เพราะสร้างรายได้ดี ต่างประเทศก็นิยม นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้าน 7,000 กว่าหมู่บ้าน ที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ต้องทำให้ได้ในปี 2560 ต้องใช้เงินมหาศาล







