posttoday
อัดเงินกองทุนหมู่บ้านฯ  เดิมพันอนาคต คสช.

อัดเงินกองทุนหมู่บ้านฯ เดิมพันอนาคต คสช.

14 กันยายน 2558

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ถูกหยิบมาปัดฝุ่นใช้ใหม่อีกรอบ แถมรอบนี้ยังถือเป็น “เดิมพัน” สำคัญของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ถูกหยิบมาปัดฝุ่นใช้ใหม่อีกรอบ แถมรอบนี้ยังถือเป็น “เดิมพัน” สำคัญของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่หวังว่าจะช่วยกอบกู้เศรษฐกิจให้ก้าวพ้นก้นเหว
ไปได้

แม้กองทุนหมู่บ้านฯ จะเป็นเพียงแค่หนึ่งในแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ จากวงเงินทั้งหมด 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบ แต่ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก

เนื่องจากก่อนหน้านี้ เครื่องยนต์ทั้ง 3 เครื่อง ที่รัฐบาลพยายามปลุกปั้น ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายภาครัฐ การส่งออก และการลงทุน ยังติดหล่มความน่าเชื่อถือจนก้าวหน้าไปไม่ถึงไหน แถมหลายเรื่องกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาอีกนาน หากปล่อยไว้อย่างนี้โดยไม่ทำอะไรมีแต่จะฉุดให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

กองอัดฉีดงบ 6 หมื่นล้านบาทลงกองทุนหมู่บ้านฯ จึงเป็น “ทางลัด” ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านเครื่องยนต์ที่ 4 คือ การบริโภคภายในประเทศให้เงินหมุนเวียนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ฐานรากขึ้นมาถึงยอด และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญเป็นการยิงปืนนัดเดียวที่ได้ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะส่งผลดีทั้งระบบ สามารถฟื้นความเชื่อมั่นแล้ว อีกด้านหนึ่งยังเป็นการช่วยกอบกู้คะแนนนิยมของรัฐบาล คสช.ผ่านเม็ดเงินที่หว่านลงไปในพื้นที่

หากจำได้ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ต้นตำรับกองทุนหมู่บ้านฯ เคยใช้นโยบายนี้กวาดเสียงรากหญ้าไปแบบถล่มทลาย ถึงจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความโปร่งใสในหลายพื้นที่และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น

ดังนั้น หากตัดประเด็นเรื่อง “เกลียดตัวกินไข่” ออกไป จุดเสี่ยงที่จะถูกถล่มจากการนำเอานโยบายทักษิณมาปัดฝุ่นใช้ใหม่รอบนี้ คือ เรื่องการใช้เงินไปผิดวัตถุประสงค์ หรือการปล่อยกู้จนกลายเป็นหนี้เสีย ซ้ำเติมปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น และเป็นภาระให้รัฐบาลในอนาคตมาตามแก้ไข

แต่เมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก กองทุนหมู่บ้านฯ ย่อมเป็น “กลไก” ที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด

ยิ่งในสถานการณ์ที่ปัญหาเศรษกิจเป็นปัญหาใหญ่ จนประเมินว่าอาจใหญ่กว่าเรื่องความขัดแย้ง หรือปัญหาการเมืองเสียด้วยซ้ำ การปล่อยให้ทุกอย่างช้าออกไปยิ่งจะไปฉุดให้เรื่องอื่นๆ แย่ลงไปด้วย

สะท้อนผ่านผลโพลต่างๆ ในระยะหลังที่เห็นว่าปัญหาเรื่องปากท้องเป็นเรื่องแรกๆ ที่ชาวบ้านต้องการให้แก้ไข แถมยังน่าห่วงจนถึงขั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึกปรับทีมเศรษฐกิจแบบยกแผง

แถมระยะหลังดูจะให้ความสำคัญกับแนวนโยบายเรื่องเศรษฐกิจเป็นพิเศษ ถึงขั้นเรียกตัวใครต่อใครที่เปิดหน้าถล่มการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปปรับทัศนคติ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรจะเปิดให้ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้เห็นข้อมูลในหลากหลายแง่มุม เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหามากกว่า

ระหว่างนี้จึงต้องติดตามดูว่า ขั้นตอนการพิจารณาให้เงินกู้ของธนาคารออมสินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งรับผิดชอบวงเงินธนาคารละ 3 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้แก่กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับการจัดชั้นเป็นกองทุนระดับ A และ B หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี โดยใน 2 ปีแรก เป็นระยะปลอดดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร

เมื่อการปล่อยกู้รอบนี้ย่อมเข้มงวดกว่ารอบก่อนๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อีกด้านหนึ่งย่อมจะทำให้เม็ดเงินที่คาดว่าจะอัดฉีดลงไปในพื้นที่ค้างเติ่ง จนไม่อาจขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้อย่างที่หวัง

ประเด็นถัดมาเรื่องคะแนนนิยมในพื้นที่ซึ่งลดน้อยถอยลงไป เช่นเดียวกับบรรดาแนวร่วมที่เหลืออยู่ไม่มากนั้น ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล คสช.ง่อนแง่นมากขึ้นเรื่อยๆ

การให้งบหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท จึงถือเป็นการซื้อใจที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หรือช่วยแก้ปัญหาปากท้องให้กลับมาดีขึ้นไม่มากก็น้อย

แม้จะไม่ได้ช่วยให้คะแนนนิยมกลับมาดีขึ้นมากมาย แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ไปกว่าเดิม ยิ่งหากผลลัพธ์ของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาดีอย่างที่หวังไว้ สถานการณ์ด้านอื่นๆ ย่อมดีขึ้นไปด้วย

ยิ่งงานนี้ สมคิด วางแผนร่วมกับ พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ถึงแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเตรียมจัดงาน “สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ในวันที่ 20 ก.ย. ร่วมกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม

สะท้อนถึงการแสวงหาแนวร่วมสร้างพันธมิตรที่ร่อยหรอลงไป เพราะต้องยอมรับว่าเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ถือเป็นฐานสำคัญที่จะค้ำยันและประคองเสถียรภาพของรัฐบาล คสช. หากฐานมวลชนเข้มแข็งย่อมส่งผลให้รัฐบาลเดินหน้าไปสู่เป้าหมายปลายทางได้โดยไม่สะดุดกลางทาง

ปัญหาอยู่เพียงแค่ต้องระวังไม่ให้กองทุนหมู่บ้านฯ ถูกโจมตีว่าเป็นประชานิยมที่ขาดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือสร้างหนี้สาธารณะมากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งหมดนี้เป็นเดิมพันที่จะชี้ชะตาอนาคตรัฐบาล คสช.ว่าจะลงหลังเสือแบบไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท