posttoday
นับหนึ่งร่างรธน.ใหม่ หวั่นปฏิรูป11เดือนเสียของ

นับหนึ่งร่างรธน.ใหม่ หวั่นปฏิรูป11เดือนเสียของ

14 กันยายน 2558

หลังสปช.หมดวาระ ทำให้ข้อเสนอการปฏิรูปที่บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปอยู่ในสถานะชะงัก

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ควันหลงหลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หมดวาระ ทำให้ข้อเสนอการปฏิรูปที่ส่งมาจาก สปช.ไปบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปอยู่ในสถานะชะงักงัน

โดยเฉพาะสารพัดข้อเสนอจาก สปช.สายเอ็นจีโอที่พากันโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญกันถ้วนหน้า เนื่องจากส่วนใหญ่ผลักดันหลักการสำคัญให้เข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญสำเร็จ

“โพสต์ทูเดย์” คุยกับ 3 อดีต สปช. ที่โหวตรับรัฐธรรมนูญเพื่อประเมินต่อไปว่า กรรมการร่างฯ ชุดใหม่จะยังเห็นชอบข้อเสนอการปฏิรูปจากบรรดา “ภาคประชาชน” หรือไม่ และควรทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเริ่มตั้งไข่ในไม่นานนี้ได้รับการยอมรับ ไม่สร้างความขัดแย้งเหมือนฉบับเดิม

หาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีต สปช.ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เกินครึ่งของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไป สปช.ส่วนใหญ่รับได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการจัดการทรัพยากร แนวทางพื้นฐานแห่งรัฐ แนวทางการตรวจสอบอำนาจรัฐ แต่ที่มีปัญหาเรื่องเดียวก็คือเรื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มา สว. เรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ หรือเรื่องนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้เท่านั้น

“เราไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่ง แต่อาจจะเริ่มนับ 7 นับ 8 เลยก็ได้ กรรมการร่างฯ ที่เข้ามาใหม่ ก็เอาพวกอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นักกฎหมาย หรือถ้านักการเมืองเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ตกไปไม่ดี ก็ไปคุยกับเขาเลยว่าไม่เห็นด้วยตรงไหนบ้าง ไม่ต้องไปถกกันเรื่องทรัพยากรหรือเรื่องอื่น เพราะในมุมของพวกเราคิดว่าครอบคลุมและให้สิทธิกับประชาชนมากกว่ารัฐธรรมนูญอื่น”

หาญณรงค์ บอกว่า เสียดายเวลา 11 เดือนที่ระดมความคิดเห็นกันมาและยังเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ก่อนจะคลอดออกมาใน 180 วัน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาประชามติไม่ผ่านและต้องเริ่มต้นกันใหม่อีก

นอกจากนี้ เขายังเป็นห่วงว่ากฎหมายต่างๆ ที่ สปช.เสนอเข้าไปใหม่หรือเสนอให้แก้ หากเข้าไปสู่กระบวนการของ สนช.แล้ว จะไม่มีใครเข้าไปผลักดันต่อ โดยก่อนหน้านี้ กมธ.สิ่งแวดล้อมเสนอกฎหมายไป 7-8 ฉบับ กมธ.เศรษฐกิจ-เกษตร อีกเป็น 10 ฉบับ หรือร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ก็มีการรับฟังมาแล้ว 8 ครั้ง หากไม่มีใครให้ความเห็นก่อนพัฒนาเป็นกฎหมาย หลัง สปช.ถูกยุบไปก็อาจทำให้กระบวนการติดขัดได้

วิทยา กุลสมบูรณ์ อดีตรองประธาน กมธ.สาธารณสุข สปช. และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยังเชื่อว่ารัฐบาลจะดึงเอาคนจาก กมธ.ยกร่างฯ ชุดเดิมเข้าไปร่วมและยังหวังว่าเจตนารมณ์เดิมจะถูกรับไปดำเนินการต่อ ส่วนข้อเสนอของ สปช.ที่ทำงานกันมาตลอด 11 เดือนนั้นไม่กังวล เนื่องจาก ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธาน สปช. ได้ส่งพิมพ์เขียวไปให้รัฐบาลแล้วก่อนจะมีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็ยังมีความหวังว่างานที่ร่วมกันทำมาจะได้ไปต่อ

“เรามี 4 ภาพเกี่ยวกับการปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นการคอร์รัปชั่น การกระจายอำนาจ การศึกษา และการปฏิรูปสังคม ที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และ สปช.ได้ลงทุนลงแรงไปมาก ซึ่งผมก็คิดว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาทำงานก็คงต้องเดินหน้า ส่วนเรื่องการเมืองที่มีปัญหาค่อนข้างมากก็ต้องให้รัฐบาลและกรรมการยกร่างฯ ชุดใหม่ว่ากันต่อ” วิทยา กล่าว

เขายังเรียกร้องให้อดีต สปช. รวมถึงภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันจับตาการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปอย่างใกล้ชิดมากกว่าจะปล่อยให้กรรมการร่างฯ ชุดใหม่ ทำอยู่ฝ่ายเดียว เพื่อเป็นหลักประกันว่าสิ่งที่ร่วมผลักดันก่อนหน้านี้จะได้รับการสานต่อและหากไปถึงจุดที่มีการลงประชามติ จะได้แสดงความคิดเห็นรับ-ไม่รับ โดยมีพื้นฐานข้อมูล และมีหลักการที่ชัดเจนในการเสนอความเห็น

ด้าน สารี อ๋องสมหวัง อดีตประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช. กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้ผลักดันให้แก้ไขกฎหมาย เช่น แก้กฎหมายแข่งขันทางการค้ารวมถึงเสนอกฎหมายใหม่ เช่น กฎหมายการแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค กฎหมายคืนสินค้าที่ชำรุดบกพร่อง กฎหมายคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข ซึ่งทั้งหมดเป็นประโยชน์กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม สารียังมองไม่ออกว่าจะมีกลไกอย่างไรในการปฏิรูปด้านต่างๆ หลังจาก สปช.ส่งมอบแนวทางการปฏิรูปไปยังรัฐบาล รวมถึงเสนอกฎหมายบางส่วนไปยัง สนช.แล้ว เช่นเดียวกับยังไม่รู้ว่าการจัดตั้ง “องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ตกไป จะได้รับการขานรับจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่หรือไม่ แต่เห็นว่าเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานจะต้องยืนยันสิ่งที่ได้ทำงานมาและผลักดันไปยังรัฐบาล สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป รวมถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต่อไป เพื่อให้การทำงานที่ผ่านมา 11 เดือนเห็นผลเป็นรูปธรรม

“เรายืนยันในหลักการเดิมว่า การพัฒนาประเทศจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ ต้องเพิ่มอำนาจต่อรองให้ประชาชนมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณามาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าปลอดภัยฯ หรือกองทุนเยียวยา รัฐบาลและกรรมการชุดใหม่ก็ควรไปดูต่อมากกว่าจะเริ่มใหม่ ซึ่งภาคประชาชนต้องจับตาการทำงานอย่างต่อเนื่อง” สารีระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท