posttoday
ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ)

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ)

13 กันยายน 2558

ตอนที่แล้วจบลงที่ภาพจิตรกรรมเรื่องจุลปทุมชาดกในอุโบสถวัดกำแพงบางจาก

โดย...ส.สต

ตอนที่แล้วจบลงที่ภาพจิตรกรรมเรื่องจุลปทุมชาดกในอุโบสถวัดกำแพงบางจาก ที่ว่าด้วยเรื่องสตรีที่นอกใจสามี วางแผนฆ่าทิ้งเพื่ออยู่กับชู้ ทั้งๆ ที่สามีเคยปกป้องชีวิต ถึงกับเจาะเข่าเอาเลือดให้ดื่มแทนน้ำเมื่อยามกระหายหนัก แต่ก็หักหลัง ถึงกับวางแผนสังหาร เดชะบุญสัตว์ที่คนไทยเรียกว่า ตัวเงินตัวทอง มาช่วยชีวิตไว้ (อ่านในล้อมกรอบ)

ตอนนี้จะเล่าเรื่องย้อนหลังไปก่อนที่จะเดินทางมาถึงวัดกำแพงบางจาก เริ่มจากเข้าย่านบางแวก ริมคลองมีบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนฝั่งซ้ายที่ยังเป็นสวนอยู่บ้าง ก็มีชาวสวนรายหนึ่งเผาข้าวหลามขาย ทำให้เห็นบรรยากาศแบบชาวบ้าน คนเรือถามว่ามีใครจะซื้อไหม สมาชิกคนหนึ่งต้องการ จึงจอดเรือ ราคาข้าวหลามที่หน้าเตาเผาแทนที่จะเป็นราคาพอสมควร กลับเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงคือ 3 กระบอก 100 บาท

เมื่อผ่านวัดศาลาสี่หน้า หรือปัจจุบันคือวัดคูหาสวรรค์ ที่ผู้เขียนเข้ามาที่วัดแห่งนี้ นานประมาณ 50 ปีมาแล้ว

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ) ธิวา สุดใจ นายกสมาคมฯ มอบของที่ระลึกแด่ เฉลียว ปรีกราน แห่งยอดพิมาน

 

ตอนนั้นเป็นวัดที่ค่อนข้างโทรม แต่ปัจจุบันเห็นพระอุโบสถงามเหมาะสมกับเป็นพระอารามหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว และยังรักษาศาลา 4 หน้า หรือ 4 มุข ไว้ด้วย 

 มัคคุเทศก์ประจำเรือ บอกว่าวัดนี้มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระอารามหลวงชั้นเอกอุ เนื่องด้วยพระประธานในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ ที่รัชกาลที่ 1 พระราชทานนามว่า พระพุทธเทวปฏิมากร เคยเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถวัดศาลาสี่หน้ามาก่อน

เมื่ออัญเชิญของเขาไปแล้ว ได้โปรดฯ สร้างขึ้นมาแทน พระราชทานนามว่า “พระพุทธเทวนฤมิตพิชิตมาร”

แต่คณะของพวกเราไม่ได้ขึ้นที่วัดนี้ หากแต่มุ่งหน้าไปที่วัดกำแพงบางจาก ตามที่เล่าไปแล้ว บางส่วน ขอเล่าต่อว่าเมื่อออกจากพระอุโบสถวัดกำแพงบางจาก ก็เข้าวิหาร ที่ทางวัดประกาศว่า วิหารหลังขวามือ (เมื่อหันหน้ามาทางตะวันออก) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ของโบราณที่ไม่เคยเปิดให้ใครได้กราบไหว้บูชามาก่อน ซึ่งมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประมาณ 20 องค์ ส่วนมากเป็นพระพุทธรูปประทับยืนในปางต่างๆ ส่วนที่ประทับนั่งมีเพียง 3-4 องค์ ที่ควรแก่การสลดใจคือ พระพุทธรูปองค์หนึ่งมีพระเศียรที่หักอยู่ที่ตัก เพราะหักลงมา พระพุทธรูปทั้งนั้น อัดแน่นในวิหารเล็กๆ และอับ

ส่วนวิหารอีกหลังหนึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม (จำลอง) และหลวงพ่อโสธร (จำลอง) โดยมีสุภาพสตรีสูงวัย นั่งขายดอกไม้และพวงมาลัยเพื่อบูชาที่หน้าวิหารเอ่ยปากเชิญชวนให้ซื้อของบูชา และบอกว่าอธิษฐานหรือขออะไรก็ได้ ท่านศักดิ์สิทธิ์นัก

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ) ศาลาท่าน้ำ วัดปากน้ำภาษีเจริญ

 

ใกล้ๆ กับวัดคือบ้านศิลปิน ตามที่กล่าวแล้ว สถานที่แห่งนี้ถ้าเดินทางมาทางเรือจะสะดุดตากับภาพปั้นชายสูงอายุ 2 คน ร่างกายท่อนบนเปลือย ศีรษะไม่มีผม ตัวดำเมื่อม นั่งห้อยเท้าที่ระเบียง มองเผินๆ เหมือนคนจริงๆ ที่อาบน้ำแล้วขึ้นมานั่งพักเพื่อคอยลงไปอาบน้ำในคลองต่อ เป็นภาพจำลองชีวิตคนไทยกับคลองได้ดี เพราะชาวสวนหรือชาวบ้านริมคลองอาบน้ำในคลองเนิ่นนาน มาเลิกอาบน้ำคลองเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา

เมื่อกรุงเทพมหานคร และโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยให้น้ำเสียมาทำลายความเป็นอยู่กับธรรมชาติของชาวบ้านหมดไป เมื่อได้เวลาก็เดินทางเข้าคลองภาษีเจริญ ผ่านวัดประดู่ฉิมพลี หรือวัดหลวงปู่โต๊ะ พระวิปัสสนาจารย์ที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งในยุครัตนโกสินทร์ ผู้สร้างพระปิดตาที่เซียนพระนิยมอย่างยิ่ง ท่านมีชีวิต 5 รัชกาล เกิดวันที่ 27 มี.ค. 2429 มรณภาพ วันที่ 5 มี.ค. 2524 สมณศักดิ์สุดท้ายที่ พระราชสังวราภิมณฑ์

ผ่านวัดประดู่ฉิมพลีมาหน่อยหนึ่งก็ พบวัดปากน้ำภาษีเจริญ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด ยังมีชีวิตอยู่ (ท่านมรณภาพปี 2502) ผู้คนยังสัญจรทางน้ำ ปรากฏว่าเรือติดในคลองภาษีเจริญ เพราะเรือทุกลำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองด่านต่างมุ่งหน้ามาที่วัดปากน้ำ เป็นเรือบรรทุกข้าวสาร อาหาร และคนที่ศรัทธา มาถวายหลวงพ่อสด  พระภิกษุสามเณรวัดปากน้ำนับร้อยรูป จึงไม่ต้องออกบิณฑบาต

ปัจจุบันรถติดบนถนนที่เข้าวัดปากน้ำในวันสำคัญ เช่น วันเกิดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (26 ส.ค.) เพราะพระเถระทุกสารทิศ และญาติโยมมุ่งมากราบท่าน ส่วนที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง คือพระภิกษุสามเณรที่วัดนี้ไม่ต้องบิณฑบาตรเหมือนสมัยหลวงพ่อสด

เมื่อเข้าคลองภาษีเจริญ จะเห็นความรุ่งเรืองของบางกอกในอดีต โดยมีบ้านเจ้านาย วัดหลวง วัดราษฎร์ ที่งดงามยิ่งนักเป็นสื่อ เพราะคลองภาษีเจริญ เป็นเส้นทางหลักติดต่อจังหวัดชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ จ.สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เรื่อยไปสุดปลายด้ามขวานทองทีเดียว

บ้านเจ้านายท่านหนึ่งอยู่ในคลองภาษีเจริญ คือ บ้านพระสุจริตสุดา หรืออินทรศักดิศจี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 6 ต่อมาทรงแยกกันประทับ เมื่อรัชกาลที่ 6 สวรรคต พระบรมราชินีจึงมาประทับตำหนักเดิมที่คลองภาษีเจริญ ปัจจุบันตำหนักนี้รื้อไปแล้ว

การที่มีเจ้านายประทับที่นี่ คลองภาษีเจริญจึงกลายเป็นคลองแห่งแรกที่การไฟฟ้าปักเสาไฟฟ้าในคลอง เพื่อเดินไฟฟ้ามายังบ้านเจ้านาย

ก่อนออกปากคลองบางหลวง หรือภาษีเจริญ ก็จะพบวัดต่างๆ และบ้านเจ้านาย คุณหลวง คุณพระ และพระยาอีกหลายหลังในอดีต ส่วนวัดที่มีชื่อนับแต่วัดอินทาราม ซึ่งเป็นวัดประจำสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดเวฬุราชินที่สร้างจากการเก็บภาษีไม้ไผ่ วัดหงส์รัตนาราม วัดที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เคยเป็นพระภิกษุอยู่ระยะหนึ่งก่อนลาสิกขาไปทำราชการกับสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จนเป็นครูของเจ้านาย และนักพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ประปา และไฟฟ้า เป็นต้น
ก่อนที่จะผ่านวัดกัลยาณมิตร เป็นแลนด์มาร์ก และขึ้นเรือที่ยอดพิมาน ปากคลองตลาด เป็นการเดินทางเป็นวงกลม ตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม ที่ไม่มีวันลืม

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง