
อาการสาม ยามมรณา
ชีวิตเรานั้นเกิดมาอย่างไรก็ต้องตาย แต่มีความลับอยู่ว่าตายแล้วจะได้ไปเกิดในที่ดีหรือไม่ดี?
โดย...พระวิเชียรโมลี
ชีวิตเรานั้นเกิดมาอย่างไรก็ต้องตาย แต่มีความลับอยู่ว่าตายแล้วจะได้ไปเกิดในที่ดีหรือไม่ดี?
พระวิเชียรโมลี เจ้าอาวาสวัดหนังราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ตั้งประเด็นคำถามไว้ในการบรรยายธรรม หัวข้อ “อาการสาม ยามมรณา” โครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนสีลม เมื่อเร็วๆ นี้
เวลามีใครตายคงเคยได้ยินคำพูดหนึ่งที่ว่า “หมดเวรหมดกรรม” นั่นก็เพราะมนุษย์เรามีกรรมตัวหนึ่งเรียกว่า ชนกกรรม หรือกรรมที่ทำให้มาบังเกิด กรรมตัวนี้ส่งให้เราเกิดเป็นมนุษย์ด้วยแรงกรรม แต่ถึงเวลาคนเราจะตาย เฮือกสุดท้ายของชีวิตก็คือกรรมหมด ชนกกรรมตัวนี้หมดแรง และส่วนหนึ่งก็คือหทัยวัตถุหมดแรง สถานที่เราดำรงอยู่ของจิตหมดแรง ผลสุดท้ายก็จะต้องตาย อย่างไรก็ตามขณะที่คนเราจะตาย จะมีมรณาสันนวิถี วิถีจิตที่เกิดขึ้นตอนเราจะตาย เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จุติจิตจึงจะเกิด เมื่อเราตายแล้วเราจะเกิดปฏิสนธิจิตที่ทำให้ไปบังเกิด
ขณะที่จะตายจะมีอาการ 3 อย่าง มาปรากฏ คือ กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต อาการ 3 อย่างนี้จะเกิดขึ้นก่อน เมื่อเกิดขึ้นแล้วจุติจิตก็จะเกิด อาการ 3 อย่างนี้ขณะที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้ไปบังเกิดในที่ไหน? คำว่า “กรรม” นั้น จะมีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
กรรมดี ขณะที่เราจะตาย ถ้าเราเห็นกุศลที่เราสร้าง เราสร้างอะไรไว้เราก็เห็นอันนั้น เช่น เราเคยให้ทาน เราก็จะเห็นภาพที่เราใส่บาตรประจำ เห็นภาพหลังคาโบถส์ที่เราสร้าง หรือเห็นภาพทุกอย่างที่เราทำ เช่น เรากตัญญูกับพ่อแม่ เห็นภาพที่เรากราบเท้าบิดามารดา จิตใจก็จะแช่มชื่นเบิกบาน จิตใจก็จะเป็นกุศล หรือเคยทำอะไรไว้ก็ตามที่เป็นความดี ที่เป็นบุญ การทำความดีทุกอย่างก็คือเหตุแห่งบุญ เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ส่วนผลของการทำก็คือความสุข สุขกาย สุขใจ ชีวิตมีความสุข นี้เรียกว่า ผลแห่งบุญ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าพูดถึงสภาวะจิต ก็คือจิตที่ผ่องใส เมื่อฝ่ายกุศลบังเกิดขึ้นเราก็ได้ไปเสวยผลแห่งกุศลกรรมดี ในสถานที่ที่เป็นสุคติภพ อย่างเช่น กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดในสถานที่ที่ดี ในครอบครัวที่ดี มีชีวิตที่ดี หรือไปเกิดเป็นเทวดา เป็นพระพรหม ก็ตามแต่บุญกุศลของแต่ละคน
ตรงกันข้าม ถ้าเป็นกรรมชั่ว เช่น เราเคยฆ่าสัตว์เป็นประจำ เบียดเบียนสัตว์เป็นประจำ หรือแม้กระทั่งตลอดชีวิตเราเคยฆ่าสัตว์เพียงครั้งเดียว แต่บังเอิญตอนนั้นเราคิดถึงสัตว์ที่เราฆ่า ภาพนั้นปรากฏแวบขึ้นมาในจิตใจ จิตใจยึดเหนี่ยวแต่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว หรือไม่ก็เคยลักทรัพย์ ไปคดโกงคนอื่น ก็เห็นภาพที่ตนเองไปลักทรัพย์ไปคดโกงคนอื่น หรือเคยผิดสามีภรรยาคนอื่น หรือจะเป็นบาปกรรมอย่างอื่น อะไรก็ตามที่เราทำแล้วจิตใจเราเศร้าหมอง นั่นคือบาป เช่น โกรธ, ริษยา, อาฆาต, โลภ, หลง เป็นต้น ถ้าบาปอย่างใดอย่างหนึ่งมาปรากฏ ดังนั้นเวลาเราจะตาย ที่เราเคยทำไว้มันมาปรากฏ จิตใจเราก็จะยึดอารมณ์นั้น จิตของเราดับลงไปเกิดจุติจิต อาจจะไปตกนรก ไปบังเกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น หรือบางทีมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ก็เป็นมนุษย์ที่พิกลพิการ ทางกาย ทางสติปัญญา เป็นต้น นี่ผลแห่งกรรมชั่ว
อาการอย่างที่ 2 กรรมนิมิต เครื่องหมายแห่งกรรม บางคนกรรมไม่ปรากฏขึ้น กรรมนิมิตก็จะปรากฏ กรรมนิมิต คือ เครื่องหมายแห่งการกระทำของเรา เช่น บางคนเคยทำบุญใส่บาตร ไม่เห็นภาพที่ตัวเองคุกเข่าตักบาตร แต่เห็นภาพจีวรของพระสงฆ์ หรือเห็นภาพหลังคาโบถส์ที่เราเคยบริจาคสร้าง แม้บริจาคเพียงน้อยนิดตามแต่กำลังทรัพย์ กำลังศัทธา เห็นแล้วจำได้เลยว่าเคยทำ เมื่อจำได้แล้วจิตใจของเราก็แช่มชื่น เบิกบาน แล้วดับลงไป ทำให้ไปบังเกิดในสุคติภพ ส่วนกรรมชั่วเคยฆ่าคนตาย แต่เราไม่เห็นภาพคนตาย แต่จะเห็นมีด เห็นอาวุธที่ใช้ เราก็จะจำได้ว่าเราเคยฆ่าคน เราเคยฆ่าสัตว์ เป็นต้น เมื่อคิดได้เช่นนี้จิตใจเราก็เศร้าหมอง ก็ดับลงไป
บางคนมีอาการที่ 3 คตินิมิต คือ นิมิตที่ว่าเราจะไปเกิดที่ไหน บางคนทำบุญไว้มากขณะที่เราจะตาย เห็นภาพบ้านเรือนใหญ่โตสวยงามมาบังเกิดที่นั้น
คนที่สามารถควบให้ 3 อย่าง มาปรากฏ คือ ยินดีในการทำบุญประจำ มีโอกาสทำบุญประจำ ทำบุญใส่บาตรทุกวัน ซื้อข้าวใส่บาตรทุกวัน วันละ 20 บาท กับคนที่ทำบุญให้ทานปีละ 1 ครั้ง แต่ทำ 1 ล้านบาท อานิสงส์ก็ต่างกัน
คนที่ทำบุญครั้งเดียว ย่อมจะจำได้น้อยกว่าคนที่ทำเป็นประจำ คนที่ทำทุกวัน เรียกว่า อาจิณณกรรม กรรมที่ทำประจำเป็นความเคยชิน เวลาจะตายก็จะมาปรากฏก่อน บางคนไม่เคยทำทุกวัน เวลาใกล้จะตาย ได้นิมนต์พระมาสวดมนต์ให้ฟัง ทำสังฆทาน แล้วจิตใจดับลงไป เป็นอาสันนกรรม กรรมที่เกิดขึ้นตอนใกล้จะตาย
สำหรับผู้ที่สนใจฟังธรรมบรรยายโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ได้ที่ชั้น 11 อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00-13.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-677-1901 หรือ www.cpall.co.th







