posttoday
ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้ดูแลหัวใจของกรุงไทย

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้ดูแลหัวใจของกรุงไทย

13 กันยายน 2558

ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวในประเทศไทย ที่เป็นธนาคารลูกครึ่งก้ำกึ่งกับการเป็นธนาคารพาณิชย์

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวในประเทศไทย ที่เป็นธนาคารลูกครึ่งก้ำกึ่งกับการเป็นธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

ในทางนิตินัย ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์อย่างแน่นอน เพราะมีเอกชนถือหุ้นมากกว่ารัฐ และยังเป็นบริษัทจำกัด (มหาชน) ในฐานะธนาคารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย แต่ในทางพฤตินัย ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ที่มอบอำนาจให้กระทรวงการคลังเป็นผู้มีเสียงใหญ่ในการร่วมกำหนดนโยบายการดำเนินงานของธนาคาร

ภารกิจสำคัญในธนาคารที่ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จะต้องรับภาระคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

หากเปรียบเทียบความสำคัญของงานที่สร้างรายได้สร้างประโยชน์ให้กับธนาคารเป็นหัวใจที่สูบฉีดโลหิตหล่อเลี้ยงองค์กร ถือว่าหน่วยงานที่อยู่ในมือของทรงพลนั้นมีความสำคัญเป็น 1 ใน 4 ห้องของหัวใจเลยทีเดียว

“งานที่ผมและทีมงานกำลังทำก็คือ การสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางและเครือข่ายของธนาคารให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์จากรัฐบาลไปสู่ธุรกิจเอกชน ธุรกิจเอกชนไปถึงลูกค้า และจากรัฐบาลไปถึงประชาชน” ทรงพล กล่าว

ทั้งนี้ สายงานดังกล่าวจะต้องนำการเปลี่ยนแปลงที่ธนาคารได้พัฒนาขึ้นมาได้ดีเทียบเท่ากับธนาคารใหญ่แห่งอื่นลงไปให้ถึงลูกค้าและประชาชนให้สัมผัสได้ว่าเป็นอย่างไร

“เราปรับระบบงานและผลิตภัณฑ์ไปหลายอย่างมาก แต่บางสิ่งลูกค้าไม่รู้ว่าเรามี ผมอยากให้ลูกค้าเปิดใจและให้โอกาส ลองเข้ามาใช้บริการในธนาคารดูแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงว่า ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนไปแล้ว” ทรงพล กล่าว

ภายใต้แผนงาน Going Togeter ที่วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย วางไว้คือการก้าวข้ามภูเขา 3 ลูก สู่ความสำเร็จนั้น ธนาคารกรุงไทยปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานยึดลูกค้าเป็นที่ตั้งอย่างชัดเจน สร้างพื้นฐานและปรับปรุงตัวเองให้องค์กรเป็นบ้านหลังที่สองของพนักงานภายใต้ความคิด “งานได้ผล คนสนุก” ก็ได้เปลี่ยนเป็น “งานได้ผล คนเป็นสุข”

แนวคิดการทำงานที่วรภัควางไว้เข้ากันได้ดีกับปรัชญาในการทำงานของเขาที่ว่า “ชีวิตคนเรา ไม่มีใครรู้ว่าจะตายวันไหน เมื่อไหร่ ดังนั้นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะบุคคล และมีโอกาสที่แตกต่างกัน ทำให้เข้าใจคนอื่นและไม่ยึดติด” ทรงพล กล่าว

การไม่ยึดติดทำให้ทรงพลยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ทั้งที่หน้าที่การงานก็รุ่งเรืองมาก เขาเป็นหนึ่งในทีมที่วางระบบลูกค้าให้กับธนาคารกสิกรไทย จนสามารถขยายลูกค้ารายย่อยและลูกค้าเอสเอ็มอี เพิ่มลูกค้าใหม่ให้ธนาคารกสิกรไทยถึง 1 ล้านบัญชี

“ผมคิดว่าตำแหน่งมันแค่หัวโขน เมื่อคุณถอดหัวโขนออก หรือวันที่คุณไม่มีหัวโขนก็คือคนธรรมดา” เขากล่าว

ทรงพลเปรียบเทียบงานที่ทำเมื่อครั้งที่เป็นผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทยว่า เวลาที่เปลี่ยนแปลงก็ทำให้วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยน เมื่อเข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยครั้งแรก องค์กรกสิกรไทยตอนนั้นมีความเป็นพี่เป็นน้องสูง แต่เมื่อธนาคารใหญ่ขึ้นความสัมพันธ์ของพนักงานก็เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับธนาคารกรุงไทย เขาเห็นว่าจุดแข็งยังคงอยู่ที่สปิริต ความเป็นพี่เป็นน้องกัน หากต้องการงานที่ต้อง “ลงแขก” รุมสกรัมเพื่อให้งานสำเร็จ ไม่มีการแบ่งฝักฝ่ายพนักงานทุกคนจะลงมาช่วยกันให้งานลุล่วงด้วยดี ไม่มีการเกี่ยงว่าเป็นงานของแผนกนั้น แผนกนี้ อิดออดไม่อยากทำ พนักงานที่กรุงไทยมีสปิริตสูง ทำให้การทำงานง่ายขึ้นมาก

“ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการดูแลของผมมีอยู่ 300 คน ซึ่งจะช่วยกันคิดผลิตภัณฑ์ให้กับธนาคารและบริษัทในเครือ ธนาคารกับพันธมิตร ธนาคารกับลูกค้า ซึ่งจะเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของธนาคารออกมาอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไป” ทรงพล กล่าว

การที่หน่วยงานในการดูแลของทรงพลนับเป็นหัวใจหนึ่งห้องของธนาคาร เพราะนี่เป็นหน่วยงานสร้างรายได้และค่าธรรมเนียมให้ธนาคาร การเพิ่มจำนวนลูกค้าและการพัฒนาระบบชำระเงินคู่ไปกับระบบการคลังแบบอีออกชั่นของรัฐบาลด้วย

การที่ทรงพลรับงานได้หลากหลายรูปแบบมาก เพราะเขาผ่านงานมาหลายฝ่าย เป็นคนชอบคิดและทดลอง

ทรงพลเป็นคนเรียนเก่ง เขาเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาที่เตรียมอุดมพัฒนาการ ก่อนที่จะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ที่ Master of Business Administration with Finance, Case Wastern Reserve University เมื่อกลับมาก็เริ่มงานที่ธนาคารซิตี้แบงก์ในฝ่ายค้าเงิน

“3 ปี อยู่ที่สำนักงานใน กทม. อีก 3 ปี ไปต่อที่สำนักงานซิตี้แบงก์ที่สิงคโปร์ และกลับมาดูผลิตภัณฑ์ 2 ปี อยู่ซิตี้แบงก์ 8 ปี จากนั้นก็มาเริ่มงานที่ฝ่ายค้าเงินธนาคารกสิกรไทย ดูงานอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ จนเมื่อมีการตั้งฝ่ายธุรกิจการตลาดก็ย้ายมาทำส่วนงานนี้” เขากล่าว

12 ปี ที่ธนาคารกสิกรไทยเริ่มอิ่มตัว ทรงพลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อมาเริ่มงานใหม่ที่ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเขามีความตั้งใจที่จะทำให้ธนาคารแห่งนี้โดดเด่นและอยู่ในใจของลูกค้าไม่แพ้ธนาคารอื่น

“งานค้าเงินเป็นเรื่องของจิตวิทยาของตลาด แต่งานด้านการตลาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบงานนั้น ทำให้เราต้องคิดตลอดเวลาและพยายามเข้าใจในกระบวนการต่างๆ ซึ่งทั้งสองงานมีความแตกต่างกัน มีข้อดีที่ไม่เหมือนกัน” ทรงพล เปรียบเทียบ

แม้ธนาคารกรุงไทยจะมีวัฒนธรรมองค์กรลูกผสมกึ่งราชการและเอกชน ก็ไม่ได้มีปัญหาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพราะหลักการของธนาคารคือต้องดูแลผู้ถือหุ้น ดูแลลูกค้า และพนักงาน ให้ทุกคนพึงพอใจ

งานล่าสุดที่ธนาคารกรุงไทยจะต้องลงมือปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐ คือการเป็นศูนย์กลางการชำระเงินในโครงการโควตาลอตเตอรี่เสรี ที่จะเริ่มเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.นี้ ซึ่งทรงพลยืนยันว่าธนาคารพร้อมและได้ซักซ้อมงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว

“ขณะนี้มีลูกค้ามาเปิดบัญชีเพิ่มมาก โดยเฉพาะ จ.เลย มีเปิดบัญชีเพิ่มมาแค่สัปดาห์เดียว 3,000 ราย และจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งคาดว่าเป็นการเปิดเพื่อลงทะเบียนจองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเราเตรียมระบบรองรับพร้อมแล้ว” ทรงพล กล่าว

นอกจากโครงการย่อยๆ เหล่านี้ สิ่งที่ธนาคารกรุงไทยจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องคือการประมูลงานและการจัดซื้อครุภัณฑ์และวัสดุของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีงานงอกออกมาให้ธนาคารได้ทำอีกมากมาย ซึ่งทรงพลยืนยันว่าธนาคารกรุงไทยพร้อม

“ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมอยากเห็นธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ เพราะเรามีคุณภาพการให้บริการที่ดี และเราจะเป็นเสาหลักการเงินที่แข็งแกร่งของประเทศ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ธนาคารกรุงไทยจะยังอยู่และไม่ถูกต่างชาติซื้อกิจการไปได้เหมือนธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ดังนั้น ต้องอยู่อย่างแข็งแรง ซึ่งเราจะต้องวางรากฐานของธนาคารให้แน่นหนาคู่ไปกับระบบเศรษฐกิจ” ทรงพล กล่าว

สิ่งที่ผู้ชายที่อ่อนน้อมถ่อมตนคนนี้กำลังทำจะไร้ค่าหากไม่มีใครมาดูผลงาน เขาจึงอยากฝากคนไทยให้ลองไปใช้บริการธนาคารกรุงไทยในรูปแบบใหม่ดูก่อน อย่าเพิ่งปฏิเสธเพียงแค่ได้ยินชื่อ

“หากไม่ลองก็จะไม่รู้เลยว่าธนาคารกรุงไทยมีดีอย่างไร” ทรงพล กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท