
ตักอึเพื่อส่วนรวม
ผมเคยมีประสบการณ์ซื้อฉี่และอึ แล้วก็ขนอึขนฉี่มาใช้ในไร่เมื่อครั้งอยู่เมืองจีนมาแล้ว นั่นหมายถึงผมสามารถทำงานที่ต่ำสุดซึ่งคนส่วนใหญ่รังเกียจไม่อยากทำ แต่สำหรับผม งานทุกอย่างไม่มีอะไรน่ารังเกียจ ถ้าเป็นงานสุจริต ไม่ได้คดโกงใคร แล้วประสบการณ์จากการทำงานตรงนั้นก็กลับมาสร้างความฉงนใจให้กับหลายๆ คนที่เมืองไทย
ผมเคยมีประสบการณ์ซื้อฉี่และอึ แล้วก็ขนอึขนฉี่มาใช้ในไร่เมื่อครั้งอยู่เมืองจีนมาแล้ว นั่นหมายถึงผมสามารถทำงานที่ต่ำสุดซึ่งคนส่วนใหญ่รังเกียจไม่อยากทำ แต่สำหรับผม งานทุกอย่างไม่มีอะไรน่ารังเกียจ ถ้าเป็นงานสุจริต ไม่ได้คดโกงใคร แล้วประสบการณ์จากการทำงานตรงนั้นก็กลับมาสร้างความฉงนใจให้กับหลายๆ คนที่เมืองไทย
โดยเฉพาะเมื่อคราวที่โรงงานฟอกหนังฟอฮับฟัดประสบปัญหาส้วมเต็ม ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประสบปัญหาเช่นนี้มาแล้ว และเถ้าแก่ต้องมายืนบังคับให้คนงานจัดการกับของเสียจึงแก้ปัญหากันไปได้ แต่ก็ทุลักทุเลน่าดู เมื่อผมเข้ามาทำงานได้เดือนกว่าๆ ปัญหาส้วมเต็มก็เกิดขึ้นอีก เป็นความเดือดร้อนร่วมกันของคนในโรงงาน เถ้าแก่โรงงานฟอกหนังฟอฮับฟัดแก้ปัญหาวิธีเดิม ด้วยการเรียกพนักงานในโรงงานมาช่วยกันตักอึจากส้วมเทลงในหลุมที่ขุดไว้ข้างๆ ห้องส้วมนั่นเอง เมื่อตักเสร็จแล้วก็ใช้ดินกลบให้เรียบร้อยเพื่อให้ส้วมใช้การได้
คนงานซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 12 คนก็เกี่ยงกันเช่นเดิม ไม่มีใครยอมทำงานดังกล่าว ปั่นป่วนกันไปทั้งโรงงาน เพราะส้วมมีแค่ 2 ห้อง แล้วเกิดเต็มทั้งสองห้องด้วย
เมื่อผมรู้เรื่องไม่พูดอะไรมาก เพราะเป็นงานที่ผมถนัดอยู่แล้ว อยู่เมืองจีนผมขนฉี่ขนอึคลุกคลีกับของเหม็นๆ มานักต่อนัก ผมรีบไปจัดการโดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง พอเถ้าแก่มาเห็นก็ยิ้มอย่างพอใจ ออกปากชมผมว่า “อาซิวซีเนี่ยดีนะ ไม่เรื่องมากเหมือนคนอื่น”
ผมเข้าไปในส้วม ลงมือกะเทาะปูนที่โบกขอบบ่ออยู่ออก แล้วยกเปิดฝาขึ้น จากนั้นก็ตักอึและฉี่ออกจากบ่อด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ไม่มีการเอามือปิดปากปิดจมูก และไม่ได้มีท่าทางรังเกียจอะไร แค่นั้นยังไม่พอ การตักอึที่รวดเร็ว ว่องไว เป็นจังหวะสม่ำเสมอนั้นทำให้เถ้าแก่และคนงานทุกคนเกิดอาการช็อกไปชั่วขณะ ตะลึงไปตามๆ กัน
ผมตักอึจากส้วมใส่หลุมข้างห้องส้วมแล้วกลบดินอย่างเรียบร้อยเหมือนมืออาชีพ ทุกคนมองผมเหมือนกำลังดูสิ่งมหัศจรรย์ มือยังปิดปากปิดจมูก แต่ผมเดินเฉย ไม่แสดงอาการเหม็นหรือขยะแขยงอะไรให้พวกเขาเห็นเลย
“เดี๋ยวเถอะซิวซีมันต้องอ้วกแตกเหมือนพวกเรา” แต่ผมไม่อ้วกแตกอย่างที่พวกเขาคาดเดา
หลังจากที่ผมตักอึให้เถ้าแก่ได้เห็นในวันนั้น เถ้าแก่ชื่นชมผมมาก ในแง่ที่ว่าสู้งาน และไม่รังเกียจงานทุกชนิด ในที่สุดผมก็กลายเป็นคนเพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่ตักอึ ชนิดที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วย หรือมาสั่ง ทุกๆ เดือนเมื่อส้วมเต็ม ผมทำตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเรียบร้อย ชื่อเสียงของผมโด่งดังไปทั่วโรงงาน ส่วนใหญ่นิยมชมชื่นว่าผมขยันและสู้ชีวิต ไม่เลือกงาน โดยเฉพาะเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ย เถ้าแก่เนี้ยชอบผมมาก เอ็นดูผมเป็นพิเศษ มักเก็บอาหารดีๆ ร้อนๆ ไว้ให้ผม เวลาที่ผมมัวแต่ทำงาน แล้วมากินข้าวไม่ทันคนอื่น
แต่ก็มีเหมือนกันที่ผมกลายเป็นที่อิจฉาของคนงานบางคน เมื่อทำไม่ได้อย่างผมก็เลยนินทาว่าร้ายผมลับหลัง ว่าผมบ้า...เอาผมไปพูดในทางที่ไม่ดี
คนโง่ คนบ้าขนขี้...ขนได้ยังไงไม่เหม็นไม่อ้วก สงสัยจมูกพิการ ตักขี้เหมือนตักน้ำ ไม่รู้ว่าตักไปแอบกินไปด้วยหรือเปล่า แปลกประหลาด น่าอัศจรรย์ คนชอบขี้ แต่ผมไม่สนใจ ไม่ได้ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่พวกเขานินทาว่าผม เพราะอย่างแรกคือ เขาไม่ได้มาพูดให้ผมได้ยิน เพื่อนของผมมาเล่าให้ผมฟังอีกที เพื่อนน่ะโกรธแทนผม แต่ผมบอกกับเพื่อนว่า
“ช่างเถอะ ใครจะพูดยังไงก็ให้เขาพูดไป ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น”
นี่เป็นขั้นบันไดที่ผมต้องก้าวเดิน เพื่อที่จะขึ้นไปสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ แม้ผมจะยังคิดไม่ออกว่าผมจะเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นเถ้าแก่ประเภทไหนในอนาคต แต่ผมก็ตั้งความหวังว่าชีวิตวันข้างหน้าผมจะต้องรวย ต้องเป็นเถ้าแก่ให้ได้!
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







