
ชงครม.งดส่งน้ำปลูกข้าวยาวครึ่งปี
เกษตรฯ จัดหนักเสนอ ครม. 15 ก.ย.นี้ ประกาศงดส่งน้ำปลูกพืชทุกชนิด 6 เดือน
เกษตรฯ จัดหนักเสนอ ครม. 15 ก.ย.นี้ ประกาศงดส่งน้ำปลูกพืชทุกชนิด 6 เดือน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ก.ย.นี้ เพื่อให้ ครม.มีมติและออกประกาศให้เกษตรกรงดทำกิจกรรมการเพาะปลูกข้าวในฤดูนาปรังทั้งประเทศ ประมาณ 15 ล้านไร่ เนื่องจากปริมาณน้ำที่คาดว่าสิ้นฤดูฝนวันที่ 31 ต.ค. 2558 จะมีปริมาณน้ำกักเก็บได้เพียง 3,600 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งไม่เพียงพอที่จะส่งน้ำเพื่อการเกษตร
นอกจากนั้น วิกฤตน้ำครั้งนี้มีความรุนแรงเกินกว่าที่กระทรวงเกษตรฯ จะดูแลเพียงกระทรวงเดียว จึงต้องเสนอ ครม.เพื่อตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาระดับประเทศขึ้นมาบริหารสถานการณ์นี้
“จะเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ หรือรองนายกฯ ที่ท่านมอบหมายเพื่อมาบริหารสถานการณ์ เนื่องจากต้องร่วมกันทำหลายกระทรวง รวมทั้งต้องมีหน่วยงานมาดูแลการจ้างงานเกษตรกรเพื่อให้มีรายได้ทดแทนจากการเว้นทำนา ทั้งนาปี 2558 ที่ยังไม่ได้ทำ 8.7 แสนไร่ และนาปรัง 1 พ.ย. 2558-30 เม.ย. 2559 ในพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ 15 ล้านไร่ ซึ่งนาปรังปี 2557/2558 กรมชลประทานก็งดส่งน้ำ แต่ชาวนาก็ยังทำนาประมาณ 6 ล้านไร่” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้วิกฤตจริงๆ จะต้องงดโดยสิ้นเชิง ต้องคุมไม่ให้เกิด ซึ่งทุกกระทรวงก็ต้องช่วยกัน แต่คงไม่ถึงกับใช้มาตรา 44 สั่ง
งด ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งประชุมและเสนอ ครม.
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า ในการประชุมสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินว่าผลจากงดทำนาช่วงฤดูฝน และงดทำนาปรัง 15 ล้านไร่ จะทำให้รายได้ที่เกษตรกรควรจะได้หายไปประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นผลผลิตข้าวนาปี 2558 ประมาณ 27 ล้านตันข้าวเปลือก ลดเหลือเพียง 23 ล้านตันข้าวเปลือก และผลผลิตในฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2558-30 เม.ย. 2559 ในพื้นที่เขตชลประทาน ที่มีการทำนาปรังทั่วประเทศ 15 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 3.5 ล้านตันข้าวเปลือก รวมแล้วข้าวหายไปประมาณ 8 ล้านตันข้าวเปลือก
นายธีระศักดิ์ ผดุงตันตระกูล รองประธานคณะกรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เสนอให้กรมชลประทานปรับระบบบริหารจัดการน้ำ โดยให้ดูน้ำทั้งหมดนอกจากในอ่างเก็บน้ำ โดยดูทั้งน้ำท่า น้ำบาดาล น้ำทิ้งลงทะเล เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะโลกร้อน มิเช่นนั้นทุกภาคส่วนจะไปไม่รอด
นายณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำปีนี้ตอนแรกคาดการณ์ว่าสิ้นสุดฤดูฝนจะได้ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ 4 แห่ง 3,600 ล้าน ลบ.ม. แต่ล่าสุดยังมีปริมาณน้ำแค่ 2,100 ล้าน ลบ.ม.







