
สปช.คว่ำร่างรธน."บิ๊กตู่"ขออย่ากลัวไม่สืบทอดอำนาจ
ประยุทธ์”แพลมฟื้นคปป.แค่เปลี่ยนชื่อใหม่ย้ำไม่สืบทอดอำนาจหลังสปช.คว่ำร่างรธน.แนะนักการเมืองอย่าติดกับดักตัวเอง
"ประยุทธ์”แพลมฟื้นคปป.แค่เปลี่ยนชื่อใหม่ย้ำไม่สืบทอดอำนาจหลังสปช.คว่ำร่างรธน.แนะนักการเมืองอย่าติดกับดักตัวเอง
เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงเหตุการณ์สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้มองเรื่องการสืบทอดอำนาจ
“อย่าไปมองในเรื่องของประชาธิปไตยอย่างเดียว อย่าไปมองเรื่องการสืบทอดอำนาจของผม ไม่ต้องกลัวผม ผมพร้อมที่จะสละทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าหากว่าเราได้รัฐบาลที่รับผิดชอบ รัฐบาลที่ไม่ทำความผิดพลาดอีก วันนี้เป็นโอกาสเดียวของประชาชน ของพวกเราที่จะทำให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้ด้วยดีในอนาคต ผมก็ไม่ได้อยู่กับท่านแล้ว ผมคงช่วยท่านแก้ไขอะไรไม่ได้อีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หากท่านเป็นกังวลในเรื่องเหล่านี้ ท่านก็ต้องมาร่วมมือในการศึกษา ทำความเข้าใจในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น อย่างน้อยในเรื่องของการปฏิรูป ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ ที่เรากำลังจะตั้งขึ้นมาใหม่ ก็เชิญมาทั้งหมดใครที่เกี่ยวข้องเข้ามา แต่ถ้าไม่เข้ามาแล้วพูดจาเสียหายก็รับไม่ค่อยได้ วันนี้เราต้องทำทั้งสร้างประชาธิปไตยใหม่ที่เป็นสากลและแก้ปัญหาประเทศชาติไปได้ด้วย และเดินหน้าเรื่องการปรองดอง ผ่านกระบวนการกฎหมายและยุติธรรมก่อน และการปฏิรูปใน 11 เรื่อง 37 วาระ ที่ร่างกันไว้แล้ว ภายใต้กฎหมายที่จะต้องอำนวยความสะดวกในการทำงานดังกล่าวทั้งหมด
“สำหรับผู้ที่เป็นนักการเมือง ผู้ที่จะเข้ามาในการใช้อำนาจต่อไป ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดอง (คปป.) หรือไม่มี คปป. เป็นคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว ผมพูดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้านักการเมืองทุกคนทำได้ ทำจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
นายกฯ เผยว่า เรื่องของ คปป.ที่ตั้งกันมา อาจจะไม่ใช่ชื่อนี้ แต่บอกว่าควรจะมีกลไกอะไรหรือไม่ ไปคิดมา ถ้าไม่ดีจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ถ้าวันหน้าไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า สิ่งที่เราทำวันนี้ถ้าดีต้องส่งต่อ และหาวิธีการให้เขาทำงานให้ได้ ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน นักการเมือง ข้าราชการ ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราติดกับดักตัวเองมามากมายหลายอย่าง ในเรื่องของการเดินหน้าประเทศไทย ทั้งจากกับดักของตัวเอง กับดักเศรษฐกิจ กับดักของความมั่นคงต่าง ๆ เราต้องหลุดพ้นให้ได้ ถ้าหลุดพ้นได้เราก็จะเป็นประเทศที่มีรายได้มาก เป็นประเทศที่มีความมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน สำหรับของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า มีความผิด ก็เข้ามากระบวนการยุติธรรม ใครจะผิดจะถูกอยู่ที่พยานหลักฐาน ถ้าพิสูจน์แล้วไม่ผิดก็คือไม่ผิด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ ประชาชนต่อไปนี้ ควรช่วยกันขจัดความขัดแย้ง ในส่วนของต่างประเทศ คสช.และรัฐบาลก็ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการสร้างความเข้าใจ ให้มีเหตุมีผล ให้เขายอมรับในหลักการและความจำเป็นต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็มีอีกฝ่ายหนึ่งหรือคนที่กระทำความผิดอยู่ แล้วหลบหนีไป พยายามไปให้ข้อมูลที่บิดเบือนอยู่กับต่างประเทศ ทำให้ต่างชาติก็ไม่มีวันเข้าใจเรา ก็กำลังให้กระทรวงการต่างประเทศไปตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้
“การที่คนเหล่านี้หลบหนีอยู่ต่างประเทศ และใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารทาง Social Media การสัมภาษณ์ทางคลิปต่าง ๆ และก็ป้ายความผิดต่างๆ ให้ข้าราชการ ให้รัฐบาลปัจจุบัน ผมคิดว่าเหล่านี้น่าจะพอได้แล้ว คนไทยทั้งประเทศ ในเมื่อเราทุกคนบอกว่าเรารักชาติ รักแผ่นดิน ก็ต้องกรุณาพิจารณาด้วย ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ สนับสนุนการหมิ่นสถาบัน ไม่มีการห้ามปราม สนับสนุนการใช้ความรุนแรง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ ยังได้กล่าวถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวด้วยว่า ที่ผ่านมาตนใช้อำนาจมาตรา 44ไปในทางสร้างสรรค์เพื่อปฏิรูปขับเคลื่อนประเทศ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนให้ได้ภายในเวลาจำกัด บางปัญหาก็จำเป็นต้องใช้ เพราะไม่อยากให้เอาไปกล่าวอ้างถึงสถาบันฯ แต่เมื่อใช้ไปแล้วก็ยังไม่หยุด ก็ยังคงสนับสนุนให้มีบุคคลต่างๆในต่างประเทศให้ข่าวบิดเบือนทำร้ายสถาบันฯอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราไม่สามารถไปปิดกั้นได้ในการดำเนินการใดๆในต่างประเทศ เราก็มาทำในบ้านเรา ก็ถูกว่าจะต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งที่ไม่เคยคิดอยากจะละเมิดใครเลย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ลองจับประเด็นว่า ตนทำอะไร และคนที่ผ่านมาทำอะไร อาจจะทำเหมือนกัน แต่ตนอาจจะทำน้อยกว่า เพราะระมัดระวังในเรื่องของงบประมาณ เรื่องของความเสียหาย แต่เวลามาตำหนิโครงการของตน ก็จำเป็นต้องแถลงชี้แจง ไม่ได้ไปชี้นำศาลแต่อย่างใด ตนไม่เคยว่านักการเมืองทั้งหมด ว่าเพียงนักการเมืองบางคน คิดว่าเราต้องแยกคนเหล่านี้ออก เพราะไม่อย่างนั้นก็ขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ตนไม่กล่าวว่าเป็นใคร เดี๋ยวหาว่าไปชี้นำอีก
ในส่วนของการตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯจำนวน 200 คนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังดูสัดส่วนต่างๆ ของแต่ละพวกแต่ละฝ่าย เพื่อให้นำแผนปฏิรูปของ สปช.ที่ผ่านมามาดูเพิ่มเติม ลดขนาดตรงนี้ ตรงโน้นไปบ้าง แล้วก็วางโรดแมปแต่ละเรื่อง ๆ แต่ละกิจกรรมนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ เสร็จแล้ว ก็ต้องมีกฎหมาย ต้องมีผู้กำกับดูแลหรือไม่ต้องไปว่ากัน







