
ปปง.เปิดเส้นทางการเงินผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์
ปปง.ตรวจพบสามีของวรรณารับโอนเงินจากต่างประเทศหลายครั้งในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดราชประสงค์
ปปง.ตรวจพบสามีของวรรณารับโอนเงินจากต่างประเทศหลายครั้งในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดราชประสงค์
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวกรณีที่มีการก่อเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา และศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้ว ว่า ในส่วนของ ปปง. ได้ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินงกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว ทั้งจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบบัญชีเงินฝากของผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 คน คือ น.ส.วรรณา สวนสัน นายเอ็มระห์ ดาวูโตกู สามีของน.ส.วรรณา และนายมิราลลี่ ยูซุฟู
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า สำหรับบัญชีของน.ส.วรรณา พบว่ามีการเปิดบัญชีเงินฝาก รวม 8 บัญชี ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3 บัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 4 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี ส่วนนายมิราลลี่ พบว่าเปิดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี และนายเอ็มระห์ เปิดบัญชีเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเอ็มระห์ พบว่ามีการรับโอนเงินและธุรกรรมทางการเงิน คือ 1.วันที่ 17 ก.พ. 2558 รับโอนเงินผ่านตู้ให้บริการรับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 156,106.10 บาท 2.วันที่ 17 มี.ค. 2558 รับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 157,646.08 บาท
3.วันที่ 7 เม.ย. 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซี หัวหมาก ของนายเอ็มระห์ จำนวน 410,000 บาท 4.มีการทยอยถอนเงินออกไปเป็นระยะ จนกระทั่งวันที่ 2 ก.ค. 2558 เหลือเงินอยู่ในบัญชี 395.45 บาท และ 5.วันที่ 27 ส.ค. 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชี 14,495 บาท ส่งผลให้มีเงินเหลือในบัญชี จำนวน 14,854.45 บาท ทั้งนี้ สำหรับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าวรายอื่น ทาง ปปง. กำลังดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบบัญชีของนายเอ็มระห์นั้น ปปง. ได้ขยายผลจนทราบว่ามีชาวจ่างชาติทั้งที่อยู่ในประเทศจีนและตุรกี รวมประมาณ 7 คน โดยจะโอนเงินเข้ามาให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย 4 คน รวมถึงตัวของนายเอ็มระห์ด้วย โดยเริ่มการโอนเงินตั้งแต่เดือน ก.พ. 2557 จนถึงเดือนมี.ค. 2558 รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งตนยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อของขบวนการนี้ได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินดังกล่าวถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและอีกส่วนหนึ่งนำไปซื้ออุปกรณ์และสารประกอบวัตถุระเบิด อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า บุคคลที่มารับโอนเงินได้ใช้หนังสือเดินทางเล่มเดียวกัน ซึ่งเราจะดำเนินการสืบสวนต่อไป
"สำหรับรูปแบบการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย การโอนเงินผ่านระบบบัญชีธนาคารภายในประเทศ และการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านสถาบันการเงินต่างๆ โดยไม่มีการเปิดบัญชีของธนาคารภายในประเทศ ซึ่งทางผู้รับเงินสามารถนำหมายเลขหนังสือเดินทางพร้อมเลขรหัสของธนาคารต้นสังกัดไปยื่นและสามารถถอนเงินได้ ทั้งนี้ เราทำงานร่วมกับตำรวจในเรื่องของพยานหลักฐาน หากพบว่าบุคคลเหล่านี้มีการสนับสนุนเกี่ยวกับการก่อการร้าย สิ่งที่ ปปง. จะต้องดำเนินการคือ ประกาศให้บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งการประกาศเราจะต้องทำเรื่องเสนออัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่งต่อไป ซึ่งเราจะดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ และหากมีการประกาศให้บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางเงินในประเทศได้"เลขาธิการ ปปง. กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่ตำรวจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มีการรับสินบน ทาง ปปง. จะเข้าไปตรวจสอบอย่างไรหรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องของการทุจริต ซึ่งหากตำรวจต้องการให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบก็ให้แจ้งมา ทาง ปปง. จึงจะสามารถทำได้ ซึ่งก็ต้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนไปก่อน







