อ่างเก็บน้ำบุรีรัมย์16แห่งน้ำเหลือไม่ถึง40%
บุรีรัมย์-ฝนตกน้อยอ่างเก็บน้ำ 16 แห่งมีน้ำเหลือไม่ถึง 40% เสี่ยงเกิดเจอแล้งหนักหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม
บุรีรัมย์-ฝนตกน้อยอ่างเก็บน้ำ 16 แห่งมีน้ำเหลือไม่ถึง 40% เสี่ยงเกิดเจอแล้งหนักหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 16 แห่งว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเฉลี่ยร้อยละ 38.44 หรือ 111.91
ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ของความจุอ่างทั้งหมด 291.14 ล้านลบ.ม.ซึ่งหากเปรียบเทียบในช่วงเดียวกัน ถือว่าปีนี้น้ำยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากฝนยังตกน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ และไม่ได้ตกในพื้นที่รับน้ำทำให้ปริมาณน้ำไม่เพิ่มขึ้นจากเดิมมากนัก และสิ่งที่น่าห่วงคือภายใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งใกล้จะสิ้นสุดฤดูฝนแล้ว หากฝนยังตกน้อยหรือไม่มีพายุเข้าและไม่ตกในพื้นที่รับน้ำจะเสี่ยงเกิดภาวะภัยแล้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก
ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเฉลี่ยร้อยละ 25.67 หรือ 6.32 ล้านลบ.ม. ของความจุอ่างทั้งหมด 26.02 ล้าน ลบ.ม.และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด มีปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเฉลี่ยร้อยละ 35.53 หรือ 9.26 ล้านลบ.ม. ของความจุอ่างทั้งหมด 27.82 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ผลิตประปาบริการประชาชนในเขตอ.เมืองบุรีรัมย์ และ อ.ห้วยราช เฉลี่ยเดือน 100,000 ลบ.ม.อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นในช่วงนี้จึงอยากร้องขอให้ประชาชน และเกษตรกรช่วยประหยัดน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งด้วย
นายกิติกูล กล่าวว่า ฝนที่ตกมาเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่องถึงจะไม่เกิดเป็นน้ำไหลบ่าและไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ แต่ก็ส่งผลดีต่อพื้นที่การเกษตรทั้งในเขตชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวในเขตของอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากที่มีอยู่กว่า 10,000 ไร่ ช่วงนี้ปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรลดลงเพียงวันละ 100,000 ลบ.ม.จากปกติต้องปล่อยวันละ 150,000-200,000 ลบ.ม. ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานในหลายอำเภอที่ประสบปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเหี่ยวเฉาใกล้แห้งตายก็เริ่มฟื้นตัวเป็นผลดีต่อชาวนา







