
"บิ๊กตู่"ลั่นนักการเมืองไม่ร่วมกรธ.ห้ามวิจารณ์
นายกรัฐมนตรี ลั่นนักการเมืองไม่ร่วมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ห้ามวิจารณ์ พร้อมพิจารณาหากเสนอชื่อมา
นายกรัฐมนตรี ลั่นนักการเมืองไม่ร่วมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ห้ามวิจารณ์ พร้อมพิจารณาหากเสนอชื่อมา
วันที่ 11 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบสุขแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการหาบุคคลเข้ามาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า เรื่องนี้ถามกันทุกวัน เอาน่ามีๆ ตนคิดไว้แล้ว คิดวันนี้ วันหน้า อนาคต ทั้งหมด และเดินไปถ้าติดปัญหาตรงไหนก็แก้ แผนมันอยู่ในหัวของตนซึ่งจะมีการหารือกับคณะทำงาน ที่ปรึกษา และคสช. ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็ไปขับเคลื่อนทำกันมาและตนก็จะตัดสินใจ เดี๋ยวอีกวันสองวันนี้ ก็จะมอบนโยบายว่าจะทำกันอย่างไร ในความคิดของตนก็ให้ไปหาคนกันมา แล้วมาตัดสินกันว่าควรจะอย่างไร ตนทำงานแบบนี้ ตนจะไปรู้จักคน ตั้งสองร้อยคนได้อย่างไร สื่อรู้จักคนสองร้อยคนที่จะเลือกมาเป็นอะไรก็ได้ไหม เฉพาะการเลือกตั้ง แค่ผู้สมัครเลือกตั้งทั้งหมดสื่อยังจำไม่ได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีการเปิดสัดส่วนในกรธ.ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “คอยดูแล้วกัน เขาจะมารึเปล่าไปถามเขาดู ถ้าเขาจะมาเอาชื่อเสนอมา แล้วผมจะพิจารณา จะอยู่ตรงไหน สื่อไปถามมานะ ถ้าไปถามแล้วบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีสิทธิ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ ก็ไม่ยอมมีส่วนร่วมไง ทุกคนเขาก็ร่วมมือกันมาหมด ไม่ว่าจะเป็นสปช.และสปช.ก็ไม่ได้ร่างเองทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของประชาชน ที่ทั้งปีเขาไปเดินสายกันตั้งเท่าไหร่ งบประมาณก็ใช้ตรงนั้นด้วย ซึ่งผมเองก็ตามดูทางทีวี ไม่เคยดูกันหรือไง เขามีการเปิดเวทีรับฟังประชาพิจารณ์ ก็ไม่เคยฟังเขาและก็มาพูดแล้วต้านมันทุกด้าน แล้วมันจะไปอย่างไรเล่า ผมบอกแล้ววันนี้เข้าใจกันหรือยัง”
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนไม่พูดถึงนักการเมืองที่ต่อต้าน ขอพูดถึงนักการเมืองดีๆ และประชาชนทั้งหมดที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของประเทศนี้ เข้าใจหรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนวันที่ 22พ.ค.2557 สื่อเข้าใจหรือยัง การที่ตนเข้ามา เข้ามาเพราะอะไร ปัญหาตรงไหน เข้าใจหรือยัง และถ้าตนไม่เข้ามาจะเกิดอะไรขึ้น มันมีอะไรทำให้เดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ อธิบายอย่างนี้สังคมก็จะรับรู้ ต่างประเทศก็จะเข้าใจ เพราะเขาไม่เหมือนเรา ของเขาพอมีปัญหาก็ลาออกและเลือกตั้ง ก็ไม่มีการต่อต้าน เลือกตั้งเสร็จแล้วก็จบ ของเรามันจบไหม พอเข้ามาแล้วทำความผิดก็ต้องวิเคราะห์ตัวเอง ว่าควรจะอยู่ต่อหรือไม่ ถ้าไม่อยู่จะต้องทำอย่างไร ก็เลือกตั้งฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลก็มาแข่งกันใหม่ เพื่อเข้ามาและใครเข้ามาก็ยอมรับกันก็จบ
“ฉะนั้นผมถามว่า ถ้าผมทิ้งไปตั้งแต่วันนี้เลย ทุกอย่างยังคงอยู่ในสถานการณ์เดิมใช้รัฐธรรมนูญเหมือนเดิม มันจะจบไหม มันควรจะต้องมีระยะเปลี่ยนผ่านไหม ในระหว่างนี้มันต้องมีกติกาอะไรขึ้นมาสักอย่างหรือไม่ เพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ไม่ใช่กับผมแต่ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชนให้ได้ ว่าจะไม่เกิดอย่างนั้นขึ้นอีก คนอย่างผมจะต้องไม่มีอีกแล้วเข้าใจหรือยัง อำนาจเป็นของทุกคน ผมเองก็ประชาชน ท้ายสุดผมก็มีอำนาจ หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง ประชามติและเลือกตั้ง เหมือนพวกท่าน แต่การเลือกคนเข้ามาบริหารในฐานะรัฐบาล เรามีหลักการและเหตุผลอะไรหรือไม่ ว่าเลือกเพราะอะไร เลือกใคร เลือกทำไม และการเลือกถ้าเลือกบุคคลคนเดียวมันพอเพียงหรือไม่ มันต้องดูคนอื่นด้วยหรือไม่ เพราะต้องมาเป็นรัฐบาล มาเป็นรัฐมนตรี ตัวแทนส.ส.แต่ละคนก็ต้องดูทั้งหมด นั่นแหล่ะคือสิ่งที่มันเป็นความแตกต่างถ้าคนของเรามีความพร้อมทุกอย่าง ผมอาจจะยังไม่พร้อม ความรู้ความสามารถไม่ได้มากมายอะไร ประชาชนมีการศึกษามีความเท่าเทียมกันหรือยัง ทุกคนมีจิตปารถนาในการปรองดองในการขับเคลื่อนประเทศพร้อมกันหรือยัง ถ้าอย่างนี้คุณจะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องเขียนในรัฐธรรมนูญก็ได้ วันนี้ก็จะเขียนในรัฐธรรมนูญถ้าออกมาก็ไปเถียงกัน ข้างนอก ก็ตีกันอยู่เหมือนเดิม” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องยอมรับว่าวันนี้เราควรจะต้องมีรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ถ้าบอกว่าต้องมีรัฐธรรมนูญ แบบประชาธิปไตย มันก็กลับไปแบบเก่า เคยมีใครสัญญากับท่านหรือไม่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมากฎหมายปกติออกไม่ได้ มีผลกระทบหมดเพราะกิจการต่างๆอยู่ในหลายส่วนแต่ตนไม่มีบริษัทไม่มีเรือประมง ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ได้มีอะไรต่างๆ แต่มันก็ธรรมดา ไม่ได้ว่าเขา เขารวยก็เรื่องของเขา แต่วันหน้าต้องให้เกิดความเท่าเทียม และมองประเทศชาติเป็นหลัก
นายกฯ กล่าวว่า ฉะนั้นในเรื่องนโยบายพรรคในคราวหน้า ในฐานะที่ตนเป็นผู้เลือก จะต้องชัดเจนว่าเขาจะบริหารประเทศอย่างไร ถ้าบอกว่าจะให้ราคาของอย่างนี้ ต้องบอกว่าเอาเงินมาจากไหน ถ้าเกิดผลเสียจะทำอย่างไรต้องตอบคำถามประชาชนก่อนที่จะเลือก และถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติเขาจะทำอย่างไร เขาใช้อำนาจตรงไหน ความขัดแย้งเกิดจากความบกพร่องหรือเกิดจากการกระทำของรัฐบาลที่อีกฝ่ายไม่พอใจ เพราะทำผิดกฎหมายล้วนๆ มันต้องแยกให้ออกจะแก้ปัญหาด้วยอะไร จะสั่งทหารตำรวจไปได้หรือไม่ ถ้าเขาผิดกฎหมายอาญา ไม่ใช่ให้ทหารมาปราบพวกต่อต้าน แต่ปี 2553 ที่ทหารทำเพราะมีคนใช้อาวุธสงคราม และไม่รู้เป็นใคร มีการทำลายการประชุม ยิงใส่กระทรวงกลาโหม คลังน้ำมัน ใช่หรือไม่ ทหารถึงต้องทำ ถ้ารัฐบาลไม่สั่งให้ทหารทำถือว่าละเว้น และคนที่ทำก็ไม่ชัดเจน เดี๋ยวจะหาว่าตนชี้นำ สื่อรู้ทั้งหมด แต่ก็ชอบถามให้มีเรื่อง







