posttoday
สมาร์ทโฟนโลกเจอทางตัน ขาดนวัตกรรม-จีนหดตัว

สมาร์ทโฟนโลกเจอทางตัน ขาดนวัตกรรม-จีนหดตัว

11 กันยายน 2558

โดย...ธนพล ไชยภาษี

โดย...ธนพล ไชยภาษี

น่าจะกล่าวได้ว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นปัจจัยดำรงชีวิตสิ่งที่ 5 ของชาวโลกไปแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การมาถึงของสมาร์ทโฟนนั้นได้เปลี่ยนรูปแบบของสังคม การดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจของโลกไม่น้อย ขณะที่บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนก็เรียกได้ว่ามีอัตราการเติบโตต่อเนื่องสวนทางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริษัท แอปเปิ้ล เจ้าของผู้ผลิตไอโฟน หรือซัมซุง ซึ่งมีสมาร์ทโฟนตระกูลกาแล็คซี่เป็นเรือธง

แต่กระนั้นดูเหมือนว่าในปีนี้ ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังประสบกับกระแสลมต้านอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซัมซุงเพิ่งประกาศลดคนงานลง 10% ที่สำนักงานใหญ่ในเกาหลีใต้ แอปเปิ้ลเปิดตัวโอโฟน ไอแพด และโปรดักต์อีกหลายตัวเมื่อวานนี้ แต่ดูหมือนว่าความตื่นเต้นนั้นจะดูเจือจางลงอย่างมาก

ก่อนหน้าที่ ทิม คุก ซีอีโอคนปัจจุบันของแอปเปิ้ลจะก้าวขึ้นเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในงานเปิดตัวที่ซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ราคาหุ้นของแอปเปิ้ลมีการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นราว 1% แต่ทว่าหลังจากที่การโชว์แนะนำสินค้าใหม่เสร็จสิ้น หุ้นแอปเปิ้ลนั้นกลับดิ่งลงเกือบ 2% และในที่สุดก็มาปิดที่ 110.15 เหรียญสหรัฐ/หุ้น

เป็นการแสดงให้เห็นว่า สินค้าใหม่ของแอปเปิ้ลนั้นยังไม่สามารถกระตุ้นชีพจรแห่งความตื่นเต้นให้กับตลาดได้ และนั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปีนี้ว่าตลาดสมาร์ทโฟน รวมถึงแท็บเล็ตและสินค้าในตระกูลเดียวกันนั้น กำลังประสบกับปัญหายอดขายลดลงอย่างมาก

จากข้อมูลของไอดีซี บริษัทวิจัยตลาดคาดการณ์ว่า ช่วงเวลาเสวยสุขของบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนนั้นอาจจะจบสิ้นลงไปแล้ว และคาดว่า ในปีนี้การส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลงราว 10.4% หลังจากที่ในปี 2014 นั้นลดลงไปมากถึง 27.5% ทีเดียว ทั้งๆ ที่นับตั้งแต่ปี 2007 นั้นยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกนั้นอยู่ในทิศทางขาขึ้นมาโดยตลอด

นั่นเป็นเพราะอะไร?

ประการแรก คือเห็นได้จากการตอบสนองของราคาหุ้นแอปเปิ้ล หลังจากการนำเสนอสินค้าใหม่ของทิม คุก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนโลกกำลังเจอกับทางตันในการนำเสนอ “นวัตกรรมใหม่ๆ” ที่จะเพียงพอใจในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่

อย่างกรณีของแอปเปิ้ลนั้น สิ่งที่ไอโฟนนำเสนอว่าเป็น “สัมผัสแบบ 3 มิติ” หรือ 3D Touch นั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะก่อนหน้านั้นเพียงสัปดาห์เดียว หัวเหว่ยก็เปิดตัวนวัตกรรมแบบเดียวกันไปแล้ว ซึ่งเรียกว่า “ฟอร์ซ ทัช”

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนโลกนั้นกำลังเจอกับปัญหาใหญ่ด้วยจะทำอย่างไรที่จะคิดค้นสมาร์ทโฟนให้ดูแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และการคาดเดาความต้องการของผู้บริโภคนั้นก็เป็นเรื่องไม่ง่ายเสียด้วย และความต้องการของผู้บริโภคก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น ต้องการให้กล้องของสมาร์ทโฟนมีประสิทธิภาพเท่ากับกล้องดีเอสแอลอาร์ของช่างภาพมือโปร ต้องการระบบประมวลผลของสมาร์ทโฟนให้เร็วกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

แม้ว่าในอนาคต ถ้าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทำได้จริง ผู้ผลิตต่างๆ ก็จะพากันผลิตกันออกมาแข่งขันกันแบบซ้ำๆ กันต่อไป ดังนั้นปัญหาสำคัญของตลาดสมาร์ทโฟนในวันนี้คือการขาดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะปลุกเร้าตลาด และขาดการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าที่จะสร้างแรงดึงดูดพอให้กับผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนสมาร์ทโฟนนั่นเอง

ประการต่อมา คือ ภาวะซบเซาที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจจีนที่ถือว่าเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากข้อมูลของไอดีซี พบว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในจีนกำลังเผชิญหน้ากับการชะลอตัวอย่างรุนแรง โดยการส่งออกสมาร์ทโฟนในจีนนั้นมีอัตราการเติบโตเพียง 1.2% ในปี 2015 เท่านั้น ลดลงจากเดิมในปี 2014 ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 19.7%

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า จีนเป็นทั้งตลาดของผู้บริโภคสมาร์ทโฟนและเป็นผู้ผลิต (ทั้งผลิตเอง และรับจ้างผลิต) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่เกิดขึ้นนั้นย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตามไปด้วย และสินค้าประเภทสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือยก็กำลังเจอร่างแหไปพร้อมๆ กัน

ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนปรับลดลง 4% ถือว่าเป็นการปรับลดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ยิ่งไปกว่านั้นยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนยังเจอกับปัญหาผู้ซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่มีปริมาณลดลงอีกด้วย เนื่องจากในขณะนี้ในเมืองใหญ่ต่างๆ ของจีนสัดส่วนของประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในครอบครองอยู่แล้วนั้นอยู่ที่ 9 ใน 10 คน ยิ่งทำให้โอกาสที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากผู้ที่ซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องแรกนั้นถือว่าน้อยมาก

ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศอันย่ำแย่ของตลาดหุ้นในจีนที่พบกับความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ซึ่งทำให้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปรับลดลงไปถึง 37% ยังเป็นสิ่งที่ฉุดบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภคในจีนมากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่น้อย

เห็นได้จากราคาหุ้นของบริษัท เลอโนโว หนึ่งในผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของจีนนั้นร่วงลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงที่ตลาดหุ้นจีนปั่นป่วน ขณะที่บริษัท บีวายดี ผู้ผลิตเคสสำหรับใส่สมาร์ทโฟน และบริษัท คิวเทคโนโลยี ผู้ผลิตโมดุลกล้องสำหรับมือถือนั้นราคาหุ้นก็ร่วงลงมากกว่า 60% เช่นกัน

ขณะที่บริษัท โนวาเทค ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปสำหรับสมาร์ทโฟนของจีนนั้นมูลค่าหุ้นก็หายไปมากกว่า 1 ใน 3 เช่นกัน

ภาพเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสัญญาณถึงอนาคตที่ไม่สดใสนักสำหรับตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่างจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่สำคัญก็ถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ลหรือซัมซุงเช่นกัน

สำหรับซัมซุงนั้น ส่วนแบ่งตลาดในสมรภูมิสมาร์ทโฟนของบริษัทนั้นลดลงไปอยู่ที่ 24.2% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2015 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ 30.4% แม้ว่าซัมซุงจะยังครองตำแหน่งผู้ผลิตที่มียอดขายมากที่สุดถ้านับตามจำนวนเครื่อง แต่ทว่าส่วนแบ่งตลาดที่หายไปนั้นก็น่าใจหายไม่น้อย โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ซัมซุงเปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 โดยเฉพาะผลกำไรจากการขายสมาร์ทโฟนนั้นหายไป 38% และทำให้มูลค่าตลาดของซัมซุงนั้นลดลงไปแล้วกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

และนั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้ซัมซุงต้องประกาศลดพนักงานลง 10% ที่สำนักงานใหญ่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้เอง

ตลาดสมาร์ทโฟนโลกในปีนี้ กำลังส่งสัญญาณที่ไม่สู้ดีนัก วันคืนอันหวานชื่นกับการเติบโตของยอดขายที่พุ่งพรวดกำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อจูงใจผู้ซื้อกำลังเดินทางมาถึงทางตัน ประกอบกับตลาดผู้บริโภคใหญ่อย่างจีนกำลังประสบภาวะซบเซา และการชะลอตัวที่เกิดขึ้นในตลาดสมาร์ทโฟนนั้นกำลังจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่จะทำให้บรรดาผู้ผลิตซัพพลายเชนของสมาร์ทโฟนต้องเจอกับความเสี่ยงตามไปด้วย

และยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า สภาพอันซบเซาเช่นนี้ จะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อไหร่!

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง