
"บีทีเอส-เอ็มอาร์ที"....เมื่อประชาชนตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย
เมื่อสังคมตั้งคำถาม ...มาตรการรักษาความปลอดภัยของรถไฟฟ้าบีทีเอส-รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด
มาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รวมทั้งรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่าไว้ใจได้แน่หรือ?
หลังจากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ ที่หลายคนข้องใจเรื่องมาตรการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัย จนถึงอาชญากรเจ้าของฉายามาเฟียสยามที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่กลับต้องพึ่งพาคลิปวีดีโอของประชาชน แทนที่จะได้จากกล้องวงจรปิดสอดส่องภายในโบกี้
ประชาชนบางส่วนจึงออกมาเรียกร้องให้ระบบขนส่งสาธารณะยอดฮิตของคนกรุงอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที ชี้แจงให้อุ่นใจหน่อยว่า วันนี้คุณมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอหรือยัง
เสียงจากผู้โดยสาร "วันนี้ยังไม่น่าไว้ใจ"
ไม่น่าเชื่อว่าความกังวลของประชาชนจะนำไปสู่การรณรงค์ให้บริษัทรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที ออกมาชี้แจงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง change.org
โดยสมาชิกชื่อ Sithikorn Wongwudthianun ได้ตั้งแคมเปญชื่อ “รถไฟฟ้าสองบริษัท BTS/MRT ชี้แจงมาตรการรักษา ความปลอดภัยหลังเหตุระเบิดราชประสงค์”พร้อมระบุปัญหาที่พบดังนี้
“เดินเข้าไปใช้บริการรถไฟใต้ดิน MRT พบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจกระเป๋าของผู้โดยสาร ด้วยการส่องไฟฉายและชำเลืองหางตาเข้าไปในกระเป๋าประมาณ 2 วินาทีแล้วก็ปล่อยให้เดินผ่านโลด บางครั้งไฟฉายที่เจ้าหน้าที่ใช้ ไม่ได้เปิดไฟด้วยซ้ำ! เวลาเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัยแล้วมีเสียงเตือน ตี๊ดดดด เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สนใจ บางทีผมเห็นนักท่องเที่ยวพยายามจะเปิดกระเป๋าให้ดูทุกช่องเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กลับถูกโบกมือว่าให้พอแล้วๆ เวลาถูกชาวต่างชาติถามว่า ตกลงพวกคุณตรวจเพื่อภาพลักษณ์ใช่ไหม ผมก็ตอบไม่ถูกจริงๆ ครับ รถไฟฟ้า BTS นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะสามารถเดินเข้าไปได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจอะไรใดๆ แล้วแบบนี้ผมจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าในขบวนรถไฟที่ผมขึ้น มีวัตถุอันตรายหรือต้องสงสัยหรือไม่!”
สอดคล้องกับความเห็นของผู้ที่ใช้บริการรถไฟลอยฟ้ารถไฟใต้ดินเป็นประจำอย่าง วรวิช รุ่งนันทพร ช่างภาพอิสระ เขาบอกว่า มาตรการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยของสถานีรถไฟฟ้าทั้งสองแห่ง ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
"เรื่องตรวจสอบสัมภาระนั้นเป็นเรื่องที่ดี ผมพร้อมเสมอที่จะให้ตรวจโดยไม่ต้องร้องขอ แต่ว่าควรจะมีวิธีในการตรวจสอบแบบที่ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่กระเป๋าเล็กๆก็ตรวจ ทุกวันนี้รู้สึกว่าเครื่องตรวจโลหะไร้ประโยชน์มาก บางทีเราผ่านมาแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจซ้ำ โดยส่องไฟฉายแบบขอไปที อนาคตอยากได้เครื่องตรวจที่มีคุณภาพชนิดที่ถ้าหากเดินผ่านเครื่องตรวจแล้วไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำอีก"
อรุณวตรี รัตนธารี นักเขียนจาก giraffe magazine บอกว่า มาตรการตรวจสัมภาระอันหละหลวม หากมีคนพกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิดขนาดเล็กใส่กระเป๋า ก็คงเรื่องใหญ่
“หลังเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ เรารู้สึกว่าความเสี่ยงในชีวิตสำหรับสังคมเมืองในไทยนั้นสูงมาก อย่างรถไฟฟ้าเห็นได้ชัด หลายครั้งว่าเจ้าหน้าที่แทบจะไม่ตรวจสอบสัมภาระเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้ไฟฉายส่องๆพอให้รู้ว่าตรวจ ซึ่งหากเป็นไปได้ อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกว่านี้และถ้าให้ดีควรติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในขบวนรถโดยสารเลย”
เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญกว่าที่คิด
สำหรับประเด็นคาใจเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัย บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรฟม. ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ระบุว่า รฟม.ตระหนักถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้มีความรัดกุมอยู่เสมอ โดยมีเครื่องตรวจจับโลหะ (Walk Through) บริเวณจุดตรวจสัมภาระในระบบรถไฟฟ้าใต้ดินทั้ง 18 สถานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ หลังเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ รฟม.มีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพิ่มขึ้น โดยเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเหตุ จัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบ และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราบริเวณสถานีรถไฟฟ้า และศูนย์ซ่อมบำรุง รวมถึงการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้า นอกจากนั้นยังมีการประสานงานเบื้องต้นเพื่อขอความร่วมมือกับสถานีตำรวจที่รับผิดชอบตามเส้นทางการเดินรถ และกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ของทั้งทางรฟม. และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจสอบความปลอดภัยความเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ทุกชั้นภายในสถานี รวมถึงบริเวณทางเข้า-ออก พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการทุกท่านหากพบเหตุไม่น่าไว้วางใจ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีได้ทันที
คำถามที่ว่า เจ้าหน้าขาดความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระ
ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของรฟม.เผยว่า มีการกำชับให้พนักงานมีความเข้มงวดในการตรวจสอบอยู่เสมอ
"ขอยืนยันว่าทีมรักษาความปลอดภัยได้รับการฝึกฝนถึงวิธีการสังเกตและวิเคราะห์ท่าทีลักษณะอันน่าสงสัยหรือเป็นอันตรายของคนร้ายอยู่แล้ว ในส่วนประเด็นข้อเรียกร้องให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในขบวนรถเพื่อสอดส่องหรือป้องกันการกระทำอันไม่เหมาะสมต่างๆนั้น ขอชี้แจงว่า อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพตัวรถไฟฟ้าด้วยว่าสามารถรองรับได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง ที่กำลังจะเปิดให้บริการปลายปีนี้ จะมีการติดกล้องวงจรปิดภายในขบวนรถอย่างแน่นอน
ในส่วนการทำงานของเครื่องตรวจจับโลหะ เขาชี้แจงว่าเครื่องทำหน้าที่ได้เพียงส่งเสียงเมื่อเจอโลหะ ไม่สามารถยืนยันหรือบ่งบอกได้ว่าโลหะดังกล่าวคืออะไร จะเป็นแค่ด้ามร่มหรือกระบอกปืน เสียงร้องของเครื่องก็ต่างเป็นเสียงเดียวกัน
จากการตรวจสอบเครื่องสแกนโลหะของรถไฟฟ้าใต้ดิน ประเภท Walk Through ยี่ห้อ Garrett พบว่า มีคุณสมบัติตรวจจับสารทุกชนิดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโลหะ การตรวจพบขึ้นอยู่กับอนุมวลรวมและประเภทของโลหะด้วย มีตัวเซนเซอร์ทั้งหมด 33 ตัวคลอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย ประกอบด้วยศีรษะ ไหล่ เอว หน้าแข้ง เท้า ราคาเครื่องละประมาณ 2 แสนบาท
ผู้โดยสารต้องช่วยสอดส่อง
ขณะที่ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความปลอดภัยและความสะดวกเป็นเรื่องที่บีทีเอสต้องบริหารให้ลงตัว
หลังเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ บีทีเอสได้ยกระดับความปลอดภัยอย่างเต็มที่ มีการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารอย่างเข้มข้น เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการสอดส่องและตรวจสอบความเรียบร้อย มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีปฎิบัติงานควบคู่ไปกับการชุดรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ขณะเดียวกันยังมีการประสานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยข่าวกรองและหน่วยความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
“เราร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีทั้งในและนอกเครื่องแบบ ล่าสุดมีการส่งสุนัขเคไนน์ลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”
สุรพงษ์ ยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารครบทุกคน เนื่องจากแต่ละวันมีประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าสูงถึง 7 แสนราย จึงเลือกดูแลความปลอดภัยภายในสถานีด้วยกล้องวงจรปิดเป็นหลัก โดยติดตั้งครอบคลุมทุกจุดและมีเจ้าหน้าที่ดูความเคลื่อนไหวตลอดเวลาภายในห้องมอนิเตอร์
“สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นลักษณะพื้นที่เปิด การตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารทุกคนจึงเป็นเรื่องยาก และสร้างความไม่สะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ฉะนั้นจึงเลือกใช้วิธีสุ่มตรวจผู้ที่มีสัมภาระหรือมีท่าทีพิรุธในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดเหตุร้าย ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เรามีความสามารถให้การสังเกตลักษณะท่าทางของบุคคลที่อาจจะก่อเหตุอันไม่พึงประสงค์
ขอฝากไปถึงผู้โดยสารทุกคนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นผู้ต้องสงสัยหรือเห็นสิ่งของอย่างกระเป๋าวางอยู่โดยไม่พบเจ้าของ กรุณารีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ปัญหาการทำร้ายร่างกาย ชิงทรัพย์ หรือแม้แต่ลวนลามอนาจารในขบวนรถไฟฟ้า เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สังคมเรียกร้องให้ บริษัทผู้ดูแลติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในขบวนรถ ซึ่งบีทีเอสกำลังอยู่ระหว่างศึกษาข้อดี-ข้อเสียและความคุ้มค่าของการใช้งานกล้องวงจรปิดภายในขบวนรถไฟฟ้า"
ได้ยินแบบนี้แล้ว หวังว่าชาวกรุงน่าจะเบาใจขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย







