
การปฏิบัติลับทางการเมือง
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
คนไทยมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องการข่าวกรอง ทั้งการรวบรวมข่าวทั้งทางลับ เช่น การใช้สปายสายลับ การใช้ดาวเทียมรวบรวมข่าว การดักฟัง การซักถาม การใช้เครื่องมือเทคนิค ซึ่งเราเรียกว่า “การปฏิบัติงานลับ” (Clandestine Operation) และการรวบรวมข่าวเปิด เสร็จแล้วนำมาวิเคราะห์วิจัย ทำข่าวสารให้เป็นข่าวกรอง เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายหรือท่าทีเพื่อรักษาเพิ่มพูนผลประโยชน์ของชาติต่อไป
แต่มีคำหนึ่งที่คนไทยไม่ค่อยชินแต่เป็นการปฏิบัติการต่อยอดหรือเอาข่าวที่ได้มาจากการรวบรวมข่าวทางลับมาใช้ปฏิบัติการทางการเมืองต่อประเทศเป้าหมาย ซึ่งเราเรียกว่า “การปฏิบัติการลับ” (Covert Action) หรือ “การปฏิบัติการลับทางการเมือง” ที่ใส่คำว่าการเมืองเติมเข้าไปเพราะส่วนใหญ่มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองเป็นสำคัญ เป็นการปฏิบัติการที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี มีการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างดี ซึ่งใช้มาตรการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อก่อให้เกิดผลทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญคือ ต้องการปกปิด “ผู้อุปถัมภ์” (Sponsor) หรือรัฐบาลที่อยู่ข้างหลังไม่ให้ใครรู้ หรือหากแผนถูกเปิดเผยขึ้นมา รัฐบาลนั้นก็สามารถปฏิเสธได้ว่าตนเองไม่เกี่ยวข้อง
สหรัฐอเมริกามีกฎหมายที่อนุญาตให้ “สำนักข่าวกรองกลาง” หรือ ซีไอเอ รับผิดชอบการปฏิบัติงานลับนี้เป็นการเฉพาะ เพราะซีไอเอมีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญในงานแขนงนี้ เนื่องจากเคยล้มรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ขัดผลประโยชน์ของอเมริกามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซีไอเอมี “กรมกิจการพิเศษ” ที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานลับทางการเมือง และกิจกรรมพิเศษ ซึ่งหมายถึงการใช้กลวิธีต่างๆ กดดันให้รัฐบาลนั้นดำเนินนโยบายตามที่สหรัฐต้องการ หากยังดื้อดึงก็ล้มรัฐบาลนั้นเสียเลย
โดยทั่วไปซีไอเอจะเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานลับนี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ คือ คำสั่งฝ่ายบริหารหรือกฤษฎีที่ 12333 ชื่อ “กิจกรรมข่าวกรองของสหรัฐ” ที่ออกสมัยประธานาธิบดี โรนัลด์เรแกน โดยให้คำจำกัดความปฏิบัติงานลับนี้ว่าเป็น “กิจกรรมพิเศษทางด้านการเมืองและการทหารที่รัฐบาลสหรัฐสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” และซีไอเอเป็นหน่วยงานเดียวที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนี้ ตาม พ.ร.บ.การมอบอำนาจด้านการข่าวกรอง ปี 1991 อย่างไรก็ดีการทำงานของซีไอเอจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอีกทีหนึ่ง เพื่อไม่ให้ทำงานผิดพลาดหรือทำนอกเหนือคำสั่ง
บางคนอาจตั้งคำถามว่า “การปฏิบัติงานลับ” (Clandestine Operation) กับ “การปฎิบัติการลับทางการเมือง” (Covert Action) แตกต่างกันอย่างไร ทั้งสองเป็นการปฏิบัติการลับเหมือนกัน แต่วิธีแรกเป็นการรวบรวมข่าวอย่างปกปิด ซ่อนเร้นวิธีการ ไม่ให้ใครรู้ แต่การปฏิบัติการวิธีที่สองนั้นเป็นการปฏิบัติการโค่นล้ม บ่อนทำลายประเทศอื่นโดยปกปิด ซ่อนเร้นผู้อุปถัมภ์หรือรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลัง หรือรัฐบาลสามารถปฏิเสธได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว หน้าฉากก็เล่นละครยิ้มแย้มเข้าหากัน แต่หลังฉากนั้นหาทางแทงข้างหลังเพื่อน
สหรัฐมักใช้วิธีนี้กับประเทศที่อ่อนแอกว่า ไม่ใช่ทำกับประเทศศัตรู หรือกึ่งมิตรกึ่งศัตรูเท่านั้น แม้แต่กับประเทศเป็นมิตร สหรัฐก็ทำหากผลประโยชน์ขัดกัน เพื่อกดดันให้ประเทศเป้าหมายทำตามนโยบายที่สหรัฐต้องการ วิธีการกระทำมีมากมายหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสมอไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น อาจใช้การก่อวินาศกรรม วางระเบิด หรือการลอบสังหารบุคคลสำคัญ หรือสนับสนุนให้เกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาล หรือสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน สร้างองค์กรบังหน้า เช่น กลุ่มประชาธิปไตย กลุ่มสิทธิมนุษยชน ใช้สื่อมวลชนท้องถิ่นและต่างประเทศโจมตีรัฐบาล บิดเบือนข้อมูล สร้างมติมหาชนให้ล้มรัฐบาล บ่อนทำลายทางเศรษฐกิจ สนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติให้ก่ออาชญากรรมเพื่อให้ประเทศนั้นเกิดความวุ่นวาย มีอาชญากรรมมากมาย ผู้คนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนคนทนไม่ไหวลุกฮือขึ้นมาประท้วงรัฐบาล
ผลงานของซีไอเอในการปฏิบัติงานลับทางการเมืองมีมากมาย โดยเฉพาะการโค่นล้มรัฐบาลในละตินอเมริกา ในตะวันออกกลาง และในภูมิภาคอื่นๆ สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่สนองผลประโยชน์ของตนเอง แต่เมื่อใดก็ตาม รัฐบาลที่ตนเองหนุนหลังเกิดแปรพักตร์หรือมีนโยบายที่ขัดกับผลประโยชน์ของอเมริกา หรือไม่ฟังคำสั่งของอเมริกา ซีไอเอก็หาทางยุแหย่ปลุกระดมประชาชนในลุกขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลนั้นๆ เพื่อให้โลกเห็นว่าประชาชนทำเองเพราะไม่พอใจรัฐบาล
สำหรับประเทศไทย เวลานี้สหรัฐมีทางเลือก 3 ทาง คือ (1) เล่น “ไพ่ทักษิณ” ต่อ โดยหาทางบ่อนทำลายรัฐบาล คสช.ทุกวิถีทาง ซึ่งอาจใช้ความรุนแรงมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนขับไล่รัฐบาล (2) เมื่อโค่นรัฐบาลประยุทธ์ไม่ได้ จึงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะคิดว่าเลือกตั้งเมื่อไร พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล (3) ทบทวนนโยบายเพราะไพ่ทักษิณชักไม่ขลังอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเจอคดีอีกหลายคดีลูกน้องบริวารก็ถูกศาลจำคุก กฎหมายกำลังทำงานกับทักษิณและบริวาร ซึ่งสหรัฐก็พูดไม่ออกเพราะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมทางศาล ยิ่งปล่อยให้นานไปผลประโยชน์ของสหรัฐทั้งในแง่ภูมิรัฐศาสตร์และผลประโยชน์ในไทยก็ลดน้อยลงไป
ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐเห็นว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐควรทบทวนนโยบายใหม่ เพราะหากเดินหน้าเช่นนี้ต่อ ผลประโยชน์ของสหรัฐจะถูกกระทบมากขึ้น







