posttoday
หนี้ครัวเรือน

หนี้ครัวเรือน

10 กันยายน 2558

แม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มอัดฉีดเงิน 1.3 แสนล้านบาท มากระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เผชิญกับดัก “หนี้ครัวเรือน” ที่เตรียมจะโป่งพองขึ้นมาอีกระลอก

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

แม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มอัดฉีดเงิน 1.3 แสนล้านบาท มากระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เผชิญกับดัก “หนี้ครัวเรือน” ที่เตรียมจะโป่งพองขึ้นมาอีกระลอก ทั้งยอดหนี้ที่อยู่ในระบบ และยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบ

ปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนไทยแตะ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และดูเหมือนว่าอัตราการเร่งหนี้ครัวเรือนจะลดลง เพราะหนี้เงินกู้โครงการรถคันแรกเริ่มจะหมดไปจนรัฐบาลสามารถปิดโครงการรถคันแรกในปลายเดือนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านมาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ทำให้สถาบันการเงินเริ่มมีความเข้มงวดกับการให้เงินกู้มากขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มหันไปพึ่งพิงกู้เงินนอกระบบมากขึ้น

ดังนั้น ถ้าจะถามว่าหนี้ครัวเรือนที่แท้จริงที่รวมยอดหนี้ทั้งหมด ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบแท้ที่จริงอยู่ที่เท่าใด แต่ที่คาดการณ์ได้แน่ๆ ว่า หากรวมหนี้ในระบบและนอกระบบหนี้ครัวเรือนน่าจะทะลุ 100% ของจีดีพีไปแล้ว

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวบรวมหนี้ครัวเรือนเฉพาะจากสถาบันการเงินในช่วงปี 2547-2557 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าหนี้ครัวเรือนจากการกู้ยืมจากธนาคารเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า คือเพิ่มจาก 3 ล้านล้านบาท เป็น 10 กว่าล้านล้านบาท

สำหรับหนี้ภาคครัวเรือนไทยประจำไตรมาส 1/2558 พบว่ามีจำนวนรวม 10.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นอัตราที่ชะลอลงจากปีก่อนๆ โดยหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ในระดับ 79.9% ต่อจีดีพี ขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 79.7% ณ สิ้นปี 2557 โดยการปรับเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1/2558 คาดว่าเป็นผลจากการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภค เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มีทิศทางชะลอลงหรือค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

แม้แต่อัตราเร่งหนี้ครัวเรือนจะแผ่วเบาลง แต่จะวางใจไม่ได้ เพราะมีข้อมูลจากหลายสำนักฯ เริ่มที่จะออกมาส่งสัญญาณอันตรายของหนี้ครัวเรือน

ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศูนย์วิจัยพยากรณ์ที่ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 2.48 แสนบาท/ครัวเรือน สูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 10 ปี หรือตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2549 และเพิ่มจากปี 2554 ที่มีหนี้ 159,432.23 บาท หรือเพิ่มขึ้น 13.16%

ที่น่าตกใจพบว่าเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีหนี้นอกระบบมากกว่าหนี้ในระบบ สิ่งที่น่ากลัวคือ การกู้หนี้นอกระบบมาใช้บริโภคมากกว่าต่อยอดทำธุรกิจหรือสร้างรายได้

ทั้งนี้ จำนวนหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 2.48 แสนบาท โดยหนี้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 1.4 หมื่นบาท และพบว่าเป็นหนี้นอกระบบ 51.3% และหนี้ในระบบ 48.7%

สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือ ประชาชนกู้ยืมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 37.1% และกู้เพื่อชำระหนี้นอกระบบ 22.7% แต่การกู้เงินเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจหรือสร้างรายได้น้อยมาก

นอกจากนี้ ยังพบว่าความสามารถในการชำระหนี้น้อยลง โดยมีผู้ที่ประสบปัญหาการชำระหนี้สูงถึง 87.8% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมา เป็นการสะท้อนว่าประชาชนกู้ยืมจากแหล่งเงินกู้เพื่อนำไปชำระหนี้นอกระบบ ทำให้ภาระหนี้ไม่ได้ลดลง โดยส่วนใหญ่หากไม่มีเงินชำระหนี้ก็ยินยอมให้มีการยึดทรัพย์สิน

ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เองก็เคยออกมาส่งสัญญาณผ่านการแถลงข่าวภาวะสังคมในไตรมาส 2 ของปี 2558 ที่ผ่านมา ว่าจะต้องเฝ้าระวัง “หนี้ครัวเรือน” โดยเห็นว่าหนี้ครัวเรือนเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 2/2558 มียอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 7% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะเดียวกันมีผิดนัดชำระหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 15.5% และบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 28.8% สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลง

รวมทั้งแสดงความเป็นห่วงปัญหาหนี้สินครัวเรือนของกลุ่มเกษตรกรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้เกษตรกรลดลง จากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพสูงยิ่งมีการให้หว่านเงินกู้กองทุนหมู่บ้านอีกระลอก ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นหนี้มากขึ้น

ถึงแม้รัฐบาลประยุทธ์ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อัดฉีดเงินทั้งเงินกองทุนหมู่บ้าน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เอสเอ็มอี กระตุ้นการบริโภคครัวเรือน หรือที่มีแว่วๆ ว่าจะมีการเตรียมปัดฝุ่นอีกหลายโครงการ ทั้งการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ และรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจรถยนต์เรียกร้องให้ผ่อนปรนการถือครองรถยนต์คันแรกจาก 5 ปี เป็น 3 ปี ฯลฯ ยิ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เป็นหนี้มากขึ้น

ท้ายสุด “ปัญหาหนี้ครัวเรือน” จะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ของรัฐบาลที่เติมลมอัดลูกโป่งเข้าไปเท่าไหร่ ทั้งการกระตุ้นบริโภค ให้เงินกู้เอสเอ็มอี ท่ามกลางปัญหาที่ “หนี้ค้ำคอ” จึงมีความเสี่ยงสูง

หากมีแต่ “หนี้” แต่ไม่มี “รายได้” ไม่ใช่ว่า “ปัญหาหนี้ครัวเรือน” เท่านั้นยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ “ปัญหาหนี้เสีย” ที่จะย้อนกลับมาอีกครั้ง คิดแล้วกลัวว่าคนไทยกำลังจะกลายเป็น “สำลักหนี้” กันแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท