
"วิษณุ" แนะประธานร่างรธน.ควรเป็นนักกฎหมาย
"วิษณุ" ชี้กรรมการร่างรธน.ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือน คสช.แต่ต้องไม่แย้ง แนะประธานควรเป็นนักกฎหมายช่วยคุมเกมง่าย ระบุ โรดแมป 20 เดือนสั้นลงได้
"วิษณุ" ชี้กรรมการร่างรธน.ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือน คสช.แต่ต้องไม่แย้ง แนะประธานควรเป็นนักกฎหมายช่วยคุมเกมง่าย ระบุ โรดแมป 20 เดือนสั้นลงได้
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคุณสมบัติผู้ที่จะมาทำหน้าที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องเอาตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกเพราะท่านเป็นคนหา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เห็นเหมือนคสช. แต่คงไม่เลือกเอาคนที่เห็นขัดแย้ง ส่วนนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามาเป็นโดยตำแหน่งหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะเป็นกมธ.ยกร่างฯชุดเก่า อยู่ที่เขาจะยอมให้มีกมธ.ยกร่างฯชุดเก่าเข้ามาหรือไม่ และตนได้พบกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ท่านบอกว่าไม่ได้ขอว่าต้องมีสนช.มาเป็นกรรมการร่างฯ เพียงแต่น่าจะมี 1 – 2 คน แต่ถ้าไม่มีเลยไม่เป็นไร
ทั้งนี้ ตัวประธานคณะกรรมการร่างฯ ไม่มีที่ไหนเขียนเอาไว้ว่าต้องเป็นนักกฎหมาย ในอดีตเคยมีนักรัฐศาสตร์ แต่ถ้าเป็นนักกฎหมายจะดีเพราะประธานเป็นคนคุมเกม หากรู้เรื่องกฎหมายด้วยจะสามารถบริหารจัดการประชุมได้ง่าย อย่างไรก็ตาม นายกฯเองรู้จักคนมาก อย่านึกว่าไม่รู้จัก ยิ่งเคยคัดคนเป็นอะไรต่อมิอะไรมาหลายหนแล้ว สังเกตจากการแต่งตั้งข้าราชการบางทีเอ่ยชื่อมาท่านจะบอกเลยว่า คนๆ นั้นเคยดำรงตำแหน่งอะไรเมื่อไร
นายวิษณุ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของคสช.ในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้คือ 1.มีการบริหารราชการแผ่นดิน 2.มีการปฏิรูป และ3.มีปรองดองเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องปรองดองเป็นเรื่องใหญ่เพราะนายกฯพูดหลายครั้ง โดยท่านนำไปผูกกับเหตุการณ์ด้วยว่า โรดแมป 6 – 4, 6 – 4 หรือ 20 เดือนนั้นมีโอกาสจะสั้นลงมาเป็น 10 เดือน 15 เดือนได้ หากสถานการณ์บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย มีความปรองดองในระดับหนึ่ง สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ ตนอยากยกสุภาษิตฝรั่งที่เขาบอกว่าเมื่อแดดออกให้เอาหญ้าไปตาก เพราะเมื่อถึงฤดูหนาวหิมะตกจะไม่มีหญ้าให้วัวกิน หากบัดนี้แดดออกต้องเอาหญ้าไปตาก แต่ถ้าฟ้ามืดครึ้มต้องเก็บหญ้า ดังนั้น หากบ้านเมืองสงบเรียบร้อยก็เร่งเลือกตั้งเสีย แต่ถ้ายังตะลุมบอนตีกันอยู่ มีระเบิด ผู้คนยังไม่สามัคคี ด่าทอกัน จ้องเลือกตั้งเข้ามาเพื่อล้างแค้นกัน อย่างนั้นยากที่จะไปเร่งรัด
รองนายกฯกล่าวอีกว่า เรื่องปรองดองนายกฯพูดเองว่าวิธีในการจัดความปรองดองคือ 1.สิ่งใดที่สามารถเยียวยาให้เขาได้จะต้องเยียวยา 2.สิ่งใดที่สามารถให้อภัยได้ควรจะทำ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ต้องมีความรับผิดเกิดขึ้นก่อน 3.การทำให้ทุกอย่างมีมาตรฐานเดียวกันและใกล้เคียงกันมากที่สุด อย่ามีสองมาตรฐาน ลำเอียงหรือเลือกปฏิบัติ และ4.สร้างการรับรู้ความเข้าใจ และการพัฒนาให้เขาลืมตาอ้าปาก ไม่เหลื่อมล้ำ เขาจะรู้สึกว่าพร้อมจะปรองดอง เรื่องนี้พูดกันเป็นมติครม.ไปแล้ว โดยกลไกของรัฐทั้งหมดจะเป็นผู้ผลักดัน ครม.เป็นระดับนโยบายผลักดันในระดับสูง ระบบราชการทั้งหมดต้องขับเคลื่อนและผลักดันในระดับผู้ปฏิบัติ สนช.จำเป็นต้องช่วยถ้าจำเป็นต้องมีการออกกฎหมาย และสภาขับเคลื่อนปฏิรูปจะต้องช่วยในกรณีทำความเข้าใจกับประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากครั้งนี้ไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร รองนายกฯกล่าวว่า มีการปรารภกัน แต่คิดว่ามันยังอีกระยะยาว หากมีความจำเป็นอาจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอีก แต่ยังไม่ในช่วงนี้ ต้องอีกระยะหนึ่ง







