
ปชป.แห่ปัดตั้งพรรคใหม่รองรับถูกยุบ
มาร์ค-สุเทพยืนกรานไม่ยุบสภาหน.ไทยเข้มแข็งโผล่อ้าแขนรับ
โพสต์ทูเดย์
— แกนนำ ปชป.ต่างออกมาปฏิเสธตั้งพรรคสำรอง นายกฯ ลั่นไม่คิดชิงยุบสภาก่อนสิ้นปีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวปฏิเสธตั้งพรรคสำรองเพื่อเตรียมไว้หาก ปชป.ถูกยุบในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท และเงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท
“
ผมเป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่ทราบเลยครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวพร้อมหัวเราะ เมื่อถูกถามว่าได้มีการตั้งชื่อพรรคประชาธิปัตย์ก้าวหน้าสำรองไว้จริงหรือไม่ดังนั้น เมื่อถามว่าจะมีการยุบสภาก่อนสิ้นปีนี้เพื่อให้ สส.ไปสังกัดพรรคใหม่หากถูกยุบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เคยคิดแบบนี้ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการของศาล ก็ต้องรอให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ผลออกมาอย่างไรพร้อมเคารพ ปฏิบัติตาม มีแค่นั้นเอง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ ปชป. กล่าวปฏิเสธข่าวเรื่องตั้งพรรคไทยเข้มแข็ง ว่า ไม่มี ใครจะไปจดอย่างไรไม่ทราบ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และขณะนี้ยังมีเวลาที่จะต่อสู้คดี ซึ่งตนเองได้เคยให้ความเห็นแต่ต้นแล้วว่าคดีนี้เป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของพรรค
นายสุเทพ ยังยืนยันว่า จะไม่มีการยุบสภาเพื่อรองรับการตั้งพรรคใหม่ ไม่มีความคิดอยู่ในหัวใจ วันนี้มีหน้าที่ทำงานแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า พรรคไทยเข้มแข็งได้มายื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. มีนายมนัส พานิช เป็นหัวหน้าพรรค มีที่ทำการพรรคอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
“
กกต.ไม่อาจยืนยันได้ว่าการยื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคไทยเข้มแข็งนั้น เพื่อรองรับการถูกยุบ ปชป.หรือไม่ เพราะการยื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคนั้นมีมาเรื่อยๆ” นางสดศรี กล่าวสำหรับพรรคการเมืองขณะนี้มี 50 พรรค และมีอีก 1 พรรคที่ยื่นขอจดจัดตั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ พรรคไทยเพื่อไทย มี นายสาทิตย์ รอดช้าง เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งชื่อพรรคดังกล่าวมีชื่อคล้ายคลึงกับพรรคเพื่อไทย แต่ตามกฎหมายไม่บัญญัติห้าม นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงเห็นชอบ
นายมนัส พานิช หัวหน้าพรรคไทยเข้มแข็ง กล่าวว่า จัดตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพราะเป็นคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง และส่วนตัวมีความรู้จักและใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่สมาชิกพรรคจนถึงผู้บริหารพรรค
“
ถ้า ปชป.ถูกยุบและจะมาร่วมกับพรรคไทยเข้มแข็งก็ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด และถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการเมือง” นายมนัส กล่าวด้าน นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานของอัยการสูงสุด (อสส.) คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบ ปชป.แล้วเมื่อวันที่ 13 ก.ค. โดยสำนวนมีทั้งสิ้น 9,678 แผ่น พยานบุคคลมีทั้งสิ้น 60 ปาก
ทั้งนี้ มีการใช้รถกระบะ 3 คัน ในการขนย้ายสำนวนมายังศาลรัฐธรรมนูญ
นายวินัย กล่าวว่า ในสำนวนมีการเสนอให้ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคประมาณ 4050 คน เนื่องจากอัยการไม่ได้มองในส่วนตัวบุคคล แต่มองว่าในขณะนั้นใครเป็นกรรมการบริหารพรรคบ้าง







