
สิ่งที่ควรทำ
ประเทศไทยควรเสนอตัวเข้าเป็นเจ้าภาพจัด เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าหรือไม่
ประเทศไทยควรเสนอตัวเข้าเป็นเจ้าภาพจัด เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าหรือไม่
คำตอบก็คือ ควรและควรอย่างยิ่ง
เราต้องการสิ่งเหล่านี้ ต้องการสิ่งที่มองไปข้างหน้า สร้างความหวัง สร้างอนาคต ไม่ใช่ยังตบตีกับสีเสื้อ หรือวกวนกับปัญหาไข่
การจัด เวิลด์ เอ็กซ์โป จะเป็นการยกระดับศักยภาพประเทศ
อธิบายง่ายๆ เหมือนกับฟุตบอล ถ้ายังรักจะเล่นกันในระดับกีฬาเขต ก็ยังจำกัดเฉพาะความสามารถในภูธร หากขยายไปเป็นแค่อาเซียน ก็จะงมอยู่แค่ไทย มาเลเซีย เวียดนาม แต่ถ้ามองไปถึงเอเชียและฟุตบอลโลก ขีดความสามารถด้านกีฬาของประเทศจะเพิ่มพูนขึ้น
เหมือนการเป็นเจ้าภาพเวิลด์ เอ็กซ์โป ก็จะแสดงถึงขีดความสามารถที่สูงขึ้นของประเทศเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ความสามารถด้านการจัดแสดงนิทรรศการ แต่ความสามารถด้านอื่นๆ จะได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นเงาตามตัว
อาทิ ด้านเศรษฐกิจ จะเป็นการลงทุนในแง่การบริหารจัดการที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมากมาย
นับตั้งแต่เม็ดเงินลงทุนมหาศาล โดยไทยตั้งเป้าว่าจะลงทุนระดับ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับการเป็นเจ้าภาพ ยังไม่นับเม็ดเงินลงทุนอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างคึกคัก
ขณะเดียวกันยอดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศในภูมิภาคอาเซียน จีน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ ที่เป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางเข้างานเวิลด์ เอ็กซ์โป ทำให้ความฝันจะปั้นยอดนักท่องเที่ยวทะลุ 20 ล้านคน เป็นความจริง
ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญสุด เวิลด์ เอ็กซ์โป จะทำให้เกิดการตื่นตัวด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ในประเทศไทย เนื่องจากเวิลด์ เอ็กซ์โป เป็นมหกรรมโอลิมปิกด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของโลก
ประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพเกือบทั้งหมด มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์อย่างสูง
การจัด เวิลด์ เอ็กซ์โป จะให้คนไทยมีโอกาสดูงานระดับโลกเช่นนี้ ดีกว่าการไปแห่ดูวัว 5 ขา หมา 2 หัว เป็นไหนๆ
แต่ปัญหาใหญ่สุดของการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ก็คือ เราจะทำให้ได้รับการคัดเลือกได้อย่างไร
คนไทยทั้งประเทศ อาจต้องร่วมกันแสวงหาคำตอบกระมัง







